คอลลาเจนทาผิว ได้ผลไหม หรือแค่ชื่อบนขวด

ผมเป็นผู้จำหน่ายอิสระของ Nu Skin — ในหน้านี้ผมจะบอกด้วยว่าตรงไหนที่ของผมไม่ใช่คำตอบของคุณ อ่านเพิ่มในหน้าเกี่ยวกับผม →

ทาแล้วชุ่มชื้นขึ้นจริง แต่คอลลาเจนไม่ได้ลงไปถึงชั้นที่สร้างคอลลาเจน — โมเลกุลตัวเต็มใหญ่กว่าขีดที่ผิวยอมให้ผ่านราว 600 เท่า ครีมคอลลาเจน 900 บาทในมือคุณคือมอยส์เจอไรเซอร์ตัวหนึ่ง ของทาที่ทำให้ผิวสร้างคอลลาเจนได้จริงคือ เรตินอล เปปไทด์ วิตามินซี และกันแดด — ตัวสุดท้ายถูกที่สุด

คอลลาเจนทาผิว ได้ผลไหม หรือแค่ชื่อบนขวด คืออะไร

คอลลาเจนคือโปรตีนโครงสร้างในชั้นหนังแท้ เป็นนั่งร้านให้ผิวตึงและเด้ง ร่างกายสร้างเองจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ และตั้งแต่ช่วงอายุยี่สิบกลาง ๆ จะสร้างได้น้อยลงราว 1% ต่อปี — นี่คือเหตุผลที่คนอยาก “เติม” มัน

ปัญหาของการทาอยู่ที่ตำแหน่ง ครีมทาลงบนชั้นขี้ไคล ซึ่งเป็นกำแพงกันน้ำที่ออกแบบมาไม่ให้อะไรผ่านง่าย ๆ คอลลาเจนที่คุณอยากเติมอยู่ลึกลงไปอีกชั้น และตัวมันใหญ่เกินกว่าจะผ่านกำแพงนั้น

แต่ “ไม่ซึม” ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” คอลลาเจนที่ค้างบนผิวอุ้มน้ำและสร้างฟิล์มบาง ๆ ผิวเลยนุ่มและดูอิ่มขึ้นชั่วคราว นี่คือสิ่งที่ครีมทำได้จริง — แค่ไม่ใช่ผลที่คุณจ่ายเงินซื้อ

ครีมคอลลาเจนทำอะไรได้จริง อะไรทำไม่ได้

จากขนาดโมเลกุลในเอกสารท้ายหน้า และลูกค้าที่ซื้อครีมคอลลาเจนมาก่อนจะมาคุยกับผม — “ได้” หมายถึงได้เท่ามอยส์เจอไรเซอร์
สิ่งที่คุณหวังได้ไหมเพราะอะไรของทาที่ทำได้จริง
ผิวนุ่ม ดู “เด้ง” หลังทาได้ชั่วคราวชั้นขี้ไคลอุ้มน้ำแล้วเรียบขึ้น จางไปในวันเดียวกันมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีกลีเซอรีน — ถูกกว่า
เพิ่มคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ไม่ได้ใหญ่กว่าขีดจำกัดของผิวหลายร้อยเท่าเรตินอล · เปปไทด์ส่งสัญญาณ · วิตามินซี
ริ้วรอยตื้นจางลงไม่ได้ต้องเปลี่ยนการทำงานของเซลล์ ไม่ใช่แค่เติมน้ำเรตินอล — สัปดาห์ 8–12
ความหย่อนคล้อยดีขึ้นไม่ได้ของทาทุกตัวทำเรื่องนี้ได้น้อยมากไม่ใช่ของทา — คุยกับหมอเรื่องหัตถการ
ชะลอการเสียคอลลาเจนไม่ได้โดยตรงตัวทำลายคอลลาเจนคือแสงแดด ครีมไม่ได้กันกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทุกเช้า

ใหญ่แค่ไหนถึงเรียกว่า “ซึมไม่ได้” — คิดเป็นตัวเลข

ทุกเว็บพูดว่า “โมเลกุลใหญ่” แต่ไม่มีใครบอกว่าใหญ่เท่าไหร่ ผิวชั้นขี้ไคลมีขีดจำกัดที่รู้กันในวงการว่า กฎ 500 ดาลตัน — สารที่หนักเกินราว 500 ดาลตันแทบไม่ผ่านผิวปกติ

ขีดที่ผิวปกติยอมให้ผ่าน (กฎ 500 ดาลตัน)≈ 500 Da
คอลลาเจนตัวเต็ม 1 โมเลกุล≈ 300,000 Da
ใหญ่กว่าขีดจำกัด300,000 ÷ 500 = 600 เท่า
คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ในครีม (ตัดสั้นแล้ว)≈ 2,000 – 5,000 Da [ตรวจสอบ] — ยังใหญ่กว่า 4 – 10 เท่า
คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (เหลือ 3 กรดอะมิโน)≈ 300 Da — ผ่านได้ แต่ไม่ใช่คอลลาเจนแล้ว
เรตินอล286 Da — ผ่านได้
วิตามินซี (L-ascorbic acid)176 Da — ผ่านได้
ตัวเต็มใหญ่กว่าประตู 600 เท่า ตัดสั้นแล้วยังใหญ่กว่า 4–10 เท่า ส่วนตัวที่ตัดจนผ่านได้ พอผ่านไปแล้วคือกรดอะมิโน 3 ตัว ไม่ใช่คอลลาเจน และผมยังไม่เห็นข้อมูลที่เชื่อได้ว่ามันสั่งให้ผิวสร้างคอลลาเจนเพิ่ม — 900 บาทซื้อได้คือน้ำ กลีเซอรีน ซิลิโคน และคำว่า Collagen บนหน้าขวด ส่วนเรตินอลกับวิตามินซีเล็กพอจะลงไปถึงชั้นที่ต้องการ

ใครไม่ต้องซื้อครีมคอลลาเจน

ทาไป 12 สัปดาห์ จะเห็นอะไร และไม่เห็นอะไร

จากที่ผมเห็นในลูกค้าที่ซื้อครีมคอลลาเจนมาก่อนจะมาคุยกับผม — ไม่มีใครเคยบอกเขาว่าผลจะหยุดตรงไหน

ช่วงเวลาจากที่ผมเห็นในลูกค้า ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย — คนผิวแห้งจะรู้สึกว่า “ได้ผล” ชัดและนานกว่า เพราะได้ความชุ่มชื้นที่ขาดจริง คนผิวมันแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
ช่วงคุณจะรู้สึกอะไรอันนี้ปกติอันนี้ให้หยุดคนเลิกตรงนี้เพราะ
วันที่ 1–3 ผิวนุ่ม ลื่น ดูอิ่มตั้งแต่ครั้งแรก ปกตินุ่มเฉพาะหลังทา ล้างหน้าแล้วกลับเท่าเดิม — นี่คือความชุ่มชื้น หยุดแสบ คัน แดงภายใน 10 นาที — แพ้น้ำหอมหรือสารกันเสีย ไม่ใช่คอลลาเจน
สัปดาห์ 1–2 หน้าดู “เด้ง” ตอนตื่น แต่งหน้าติดขึ้น ปกติชั้นขี้ไคลอุ้มน้ำดีขึ้น เท่ามอยส์เจอไรเซอร์ดี ๆ ตัวหนึ่ง หยุดสิวอุดตันเม็ดเล็กที่หน้าผาก คาง — เนื้อครีมหนักเกินผิวคุณ
สัปดาห์ 3–4 ผลหยุดอยู่แค่นั้น ริ้วรอยเท่าเดิม ปกติความชุ่มชื้นคงที่ — นี่คือเพดานของมัน ไม่ใช่คุณทาผิด หยุดถ้าซื้อมาเพื่อริ้วรอยหรือความตึง หยุดตรงนี้ได้เลย มันไม่ไปไกลกว่าสัปดาห์ 2 เลิกมากที่สุดตรงนี้ — และถูกแล้ว ถ้าเปลี่ยนไปใช้ของที่ทำงานจริง
สัปดาห์ 5–8 เหมือนสัปดาห์ 2 ทุกอย่าง ปกติใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ต่อจนหมดกระปุกได้
สัปดาห์ 8–12 ริ้วรอยเท่าวันแรก ปกติคนที่เปลี่ยนไปเรตินอลตั้งแต่สัปดาห์ 4 เริ่มเห็นผิวเรียบขึ้นแล้ว

ซื้อมาแล้ว ใช้ไปครึ่งกระปุกแล้ว ทำยังไงต่อ

ทุกเว็บเขียนให้คนที่กำลังจะซื้อ ไม่มีใครเขียนให้คนที่จ่ายไปแล้ว 900 บาท และเพิ่งรู้ว่ามันคือมอยส์เจอไรเซอร์ นี่คือลำดับที่ผมบอกลูกค้า

อย่าทิ้ง แต่เปลี่ยนชื่อมันในหัว — มันไม่ได้อันตราย ตั้งแต่คืนนี้มันคือ “ครีมให้ความชุ่มชื้น” ใช้ให้หมดกระปุกเป็นชั้นสุดท้ายตอนกลางคืน พอเลิกเรียกว่าครีมคอลลาเจน คุณจะเลิกรอผลที่ไม่มีวันมา พอหมดกระปุก ซื้อมอยส์เจอไรเซอร์ธรรมดาที่มีกลีเซอรีนหรือเซราไมด์แทน แล้วเอาส่วนต่างไปลงกับกันแดดหรือเรตินอล

เติมตัวที่ทำงานจริง 1 ตัว ไม่ใช่ 3 ตัว — เป้าหมายคือริ้วรอย ให้เรตินอล 0.2–0.3% ทา 2 คืนต่อสัปดาห์ แล้วทาครีมคอลลาเจนทับ เป้าหมายคือหน้าหมอง ให้วิตามินซีตอนเช้า ผิวแพ้ง่ายจนเรตินอลไม่ไหว ให้เปปไทด์ส่งสัญญาณ — ตัวเดียว รอ 8 สัปดาห์ ค่อยตัดสิน

กันแดดคือตัวที่ห้ามข้าม — ถ้ามีเงินซื้อได้อีกชิ้นเดียว ให้เป็นกันแดด SPF 30 ขึ้นไป ทาทุกเช้า การเก็บคอลลาเจนที่มีอยู่ไว้ ถูกกว่าการสร้างใหม่หลายเท่า

เมื่อไหร่ที่ควรไปหาหมอแทนการซื้อครีม — หย่อนคล้อยชัดตอนก้มหน้า ร่องแก้มลึก หรืออายุเกิน 50 และอยากเห็นผลใน 3–6 เดือน ของทาทุกตัวจะทำให้ผิดหวัง ไปคุยเรื่องหัตถการก่อน

ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน

ผมเปิดอ่านทุกหน้าที่ติดอันดับคำนี้ — หน้าเดียวกันของ Google มีทั้ง “ซึมไม่ได้” และ “ซึมเร็ว” ใครพูดอะไร ทายได้จากสิ่งที่เขาขาย

ผมขายสกินแคร์อยู่ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีเรตินอลกับเปปไทด์ที่ผมใช้เอง — จึงมีผลประโยชน์ในคำตอบ “ทาเรตินอลแทน” บอกไว้ให้หักลบเอง และของผมก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับคนในหัวข้อ “ใครไม่ต้องซื้อ”
ใครพูดเขาขายอะไรเขาบอกว่าความจริงคือ
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งไม่ขายอะไร“โมเลกุลใหญ่มาก ซึมผ่านผิวไม่ได้”ถูก — แต่จบตรงนั้น ไม่บอกว่าแล้วควรทาอะไรแทน
เว็บจัดอันดับสินค้าแห่งหนึ่งค่าคลิกจากทุกขวดในหน้า“ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว” — ใต้ชื่อแพทย์ผิวหนังผิด — เปปไทด์ในครีมยังหนักกว่าขีด 500 ดาลตันหลายเท่า ที่ซึมคือน้ำกับกลีเซอรีน
แบรนด์เวชสำอางแห่งหนึ่งเซรั่มไฮยาลูรอนิกคอลลาเจนทาไม่ได้ผล ใช้ไฮยาลูรอนแทนครึ่งแรกถูก ครึ่งหลังคือของที่เขาขาย — ไฮยาลูรอนก็หนักหลักพันถึงหลักล้านดาลตัน ให้ความชุ่มชื้นเหมือนกัน สร้างคอลลาเจนไม่ได้เหมือนกัน

อ่านฉลากยังไง — คอลลาเจนเป็นพระเอก หรือแค่ชื่อบนขวด

หน้าขวดเขียน “Collagen” ตัวใหญ่ แต่มีเท่าไหร่อยู่ในรายการส่วนผสม (INCI) ตัวเล็กด้านหลัง ให้มองหา 3 อย่าง

1. ชื่อที่จะเจอHydrolyzed Collagen (ตัดสั้น) · Soluble Collagen (ตัวเต็ม) · Collagen Amino Acids (ย่อยเป็นกรดอะมิโน) · Atelocollagen ทุกตัวอุ้มน้ำบนผิวเหมือนกัน ไม่มีตัวไหนลงถึงหนังแท้ คำว่า “Marine” หรือ “Nano” ไม่เปลี่ยนเรื่องนี้

2. ตำแหน่งในรายการ — ส่วนผสมที่มีเกิน 1% ต้องเรียงจากมากไปน้อย ต่ำกว่า 1% เรียงยังไงก็ได้ ใช้ Phenoxyethanol เป็นหลักหมุด เพราะกฎหมายให้ใส่ได้ไม่เกิน 1% — ถ้า Collagen อยู่หลัง Phenoxyethanol หรือหลังน้ำหอม (Fragrance / Parfum) แปลว่ามีน้อยกว่า 1% ขวดที่ผมพลิกอ่านมาหลายสิบขวด ส่วนใหญ่อยู่ตรงนั้น

3. ตัวที่ทำงานจริงคือ 5 ชื่อแรก — ปกติคือ Water · Glycerin · Butylene Glycol · Dimethicone · Cetearyl Alcohol — นี่คือสิ่งที่ทำให้หน้านุ่ม ไม่ใช่คำตัวใหญ่หน้าขวด

ถ้าอยากรู้ว่าขวดไหนตั้งใจให้ผิวสร้างคอลลาเจนจริง ให้หาชื่อที่ไม่ใช่คอลลาเจน — Retinol · Palmitoyl Tripeptide-1 / Palmitoyl Tetrapeptide-7 · Ascorbic Acid สามกลุ่มนี้ทำงานที่ความเข้มข้นต่ำ อยู่ท้ายรายการก็ยังทำงาน — ต่างจากคอลลาเจนที่ต้องมีเยอะถึงจะอุ้มน้ำได้ และเยอะแค่ไหนก็ยังอยู่แค่ชั้นนอก

ลองพลิกกระปุกในมือคุณตอนนี้ — Collagen อยู่ก่อนหรือหลัง Phenoxyethanol?

คำถามที่พบบ่อย

คอลลาเจนทาผิว ซึมเข้าผิวได้จริงไหม

ตัวเต็มไม่ได้ — หนักราว 300,000 ดาลตัน ขณะที่ผิวปกติยอมให้ผ่านราว 500 ดาลตัน แบบตัดสั้นในครีมก็ยังใหญ่กว่าหลายเท่า ที่ “ซึม” จริงคือน้ำและกลีเซอรีน

ครีมคอลลาเจน ทาแล้วหน้าเด้งจริงไหม

เด้งจริง แต่เป็นชั้นขี้ไคลที่อุ้มน้ำ อยู่ได้ไม่เกิน 1 วันต่อการทา 1 ครั้ง ล้างหน้าแล้วกลับเท่าเดิม ไม่ใช่คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นในผิว

คอลลาเจนแบบกินกับแบบทา อันไหนดีกว่ากัน

คนละงาน — ทาให้ความชุ่มชื้นชั้นนอก กิน (เปปไทด์ 2.5 กรัมต่อวัน) มีข้อมูลเรื่องความยืดหยุ่นของผิวที่ 8–12 สัปดาห์ [ตรวจสอบ] ถ้าเป้าหมายคือคอลลาเจนในผิว ผมเลือกกินคู่กับกันแดด

ครีมคอลลาเจน ยี่ห้อไหนดี

ผมไม่ตอบชื่อยี่ห้อ เพราะผมขายสกินแคร์อยู่ยี่ห้อหนึ่งและจะไม่เป็นกลาง — และของผมก็ไม่ได้ชูคอลลาเจนทาเป็นตัวหลัก ถ้าจะซื้อ ดู 5 ชื่อแรกใน INCI และอย่าจ่ายเพิ่มเพราะคำว่า Collagen

ทาคอลลาเจนกี่วันเห็นผล

ความชุ่มชื้นเห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทา และไปสุดที่ราวสัปดาห์ 2 หลังจากนั้นไม่มีอะไรเพิ่ม ถ้าผ่านสัปดาห์ 4 แล้วยังรอริ้วรอยจาง คุณกำลังรอสิ่งที่ครีมนี้ไม่ได้ทำ

คอลลาเจนช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ไหม

แบบทาไม่ได้ทั้งสองอย่าง ริ้วรอยตื้นต้องใช้เรตินอล รอสัปดาห์ 8–12 ความหย่อนคล้อย ของทาทุกตัวได้ผลน้อยมาก — เห็นชัดตอนก้มหน้าแล้ว คุยกับหมอเรื่องหัตถการดีกว่า

ครีมคอลลาเจนกับครีมกันแดด ควรทาอะไรก่อน

ครีมคอลลาเจนก่อน รอ 2–3 นาที แล้วกันแดดปิดท้ายเสมอ ถ้าเช้านั้นทาได้อย่างเดียว ให้ทากันแดด — ตัวเดียวในสองตัวนี้ที่เกี่ยวกับคอลลาเจนในผิวคุณจริง ๆ

ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ

พิมพ์คำว่า คอลทา มา เดี๋ยวผมตอบให้

เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「คอลทา」

ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้

อ้างอิง

  1. Bos JD, Meinardi MM. The 500 Dalton rule for the skin penetration of chemical compounds and drugs. Exp Dermatol 2000
  2. Shuster S, Black MM, McVitie E. The influence of age and sex on skin thickness, skin collagen and density. Br J Dermatol 1975
  3. ASEAN Cosmetic Directive ภาคผนวก VI (Phenoxyethanol สูงสุด 1.0%)
  4. ประกาศคณะกรรมการเครื่องสำอาง เรื่อง ฉลากของเครื่องสำอาง — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  5. ประสบการณ์ตรงจากลูกค้าตั้งแต่ปี 2543 — ระบุไว้ทุกจุดที่เป็นข้อสังเกตของผม