สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร และค่าที่นาฬิกาวัดได้ อ่านยังไง

ผมเป็นผู้จำหน่ายอิสระของ Nu Skin — ในหน้านี้ผมจะบอกด้วยว่าตรงไหนที่ของผมไม่ใช่คำตอบของคุณ อ่านเพิ่มในหน้าเกี่ยวกับผม →

สารต้านอนุมูลอิสระไม่ใช่สารตัวเดียว แต่เป็นพฤติกรรมเคมีของสารหลายสิบตัวที่ใช้แทนกันไม่ได้ — “ซื้อสารต้านอนุมูลอิสระ 1 ขวด” จึงไม่มีความหมาย ส่วนค่าที่นาฬิกาหรือเครื่องสแกนวัดได้คือแคโรทีนอยด์ในผิว ซึ่งเป็นตัวแทนของผักผลไม้ที่กินใน 2–4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เทียบกับเป้า 400 กรัม/วัน ของ WHO — ไม่ใช่สถานะต้านอนุมูลอิสระโดยรวมอย่างที่วงการอาหารเสริมชอบพูด

สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร

ก่อนจะเข้าใจสารต้านอนุมูลอิสระ ต้องรู้ก่อนว่าอนุมูลอิสระคือโมเลกุลที่ขาดอิเล็กตรอนไป 1 ตัว มันจึงไปแย่งจากโมเลกุลข้างเคียง — เยื่อหุ้มเซลล์ โปรตีน ดีเอ็นเอ — แล้วตัวที่ถูกแย่งก็กลายเป็นอนุมูลอิสระตัวถัดไป เป็นลูกโซ่ ร่างกายสร้างมันเองทุกวินาทีจากการเผาผลาญ และได้เพิ่มจากแดด ควันบุหรี่ ควันรถ น้ำมันทอดซ้ำ และการนอนไม่พอ

สารต้านอนุมูลอิสระคืออะไรก็ตามที่ยอมให้อิเล็กตรอนไปหนึ่งตัวแล้วตัวเองไม่กลายเป็นตัวอันตรายต่อ — ลูกโซ่จึงหยุด คำสำคัญคือ “อะไรก็ตาม” มันเป็นพฤติกรรม ไม่ใช่หมวดสินค้า ร่างกายมีเอนไซม์ของตัวเอง 3 ระบบหลัก (SOD · คาตาเลส · กลูตาไธโอน) ที่ทำงานหนักที่สุด ส่วนที่ได้จากอาหาร — วิตามินซี วิตามินอี แคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล — เป็นตัวเสริม และแต่ละตัวอยู่คนละที่ ซีอยู่ในเลือด อีอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ ลูทีนไปนั่งที่จอตา ไลโคปีนสะสมที่ผิว ถามว่าตัวไหนดีกว่ากันจึงเหมือนถามว่าค้อนกับไขควงอันไหนดีกว่า

ส่วน “ค่าสารต้านอนุมูลอิสระที่นาฬิกาวัดได้” — Galaxy Watch8 ให้ถอดนาฬิกาแล้ววางนิ้วโป้งบนเซ็นเซอร์ด้านหลังราว 5 วินาที — กับเครื่องสแกนที่ผมใช้มาหลายปี วัดสิ่งเดียวกันคือแคโรทีนอยด์ที่สะสมในผิว งานวิจัยรองรับว่าค่านี้สัมพันธ์กับผักผลไม้ที่กินและกับระดับในเลือด จึงอ่านได้ว่า “ใน 2–4 สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณกินผักผลไม้ใกล้ 400 กรัม/วันแค่ไหน” — แต่อ่านไม่ได้ว่า “คุณต้านอนุมูลอิสระได้ดีแค่ไหน” เพราะจาก 9 ตัวในตารางข้างล่าง มันเห็นแค่ 3 ตัว

นิ้ววางบนเครื่องสแกนแคโรทีนอยด์ หน้าจอขึ้นคำว่า SCANNING
เครื่องสแกนที่ผมใช้เอง — อ่านแคโรทีนอยด์ในผิวด้วยแสงเลเซอร์ (Raman) ส่วนนาฬิกาใช้แสง LED สะท้อนผิว วิธีต่างกัน แต่สิ่งที่วัดคือตัวเดียวกัน และทั้งคู่ไม่ได้วัด “สารต้านอนุมูลอิสระทั้งหมด”

สารต้านอนุมูลอิสระมีอะไรบ้าง — 9 ตัวที่อยู่บนกล่องบ่อยที่สุด เทียบเป็น มก.

สารต้านอนุมูลอิสระมีอะไรบ้าง — 9 ตัวที่อยู่บนกล่องบ่อยที่สุด เทียบเป็น มก.
สารทำงานตรงไหนของร่างกายอาหารไทยที่มีสูงปริมาณอ้างอิงต่อวันนาฬิกา/เครื่องสแกนวัดได้ไหม
วิตามินซี ในเลือดและของเหลวรอบเซลล์ (ละลายน้ำ)ฝรั่ง · พริก · มะละกอ · มะขามป้อมRDA 75–90 มก. · เพดาน 2,000 มก.ไม่ได้
วิตามินอี ในเยื่อหุ้มเซลล์ (ละลายไขมัน)น้ำมันรำข้าว · ถั่วลิสง · เมล็ดทานตะวันRDA 15 มก. (≈ 22 IU) · เพดาน 1,000 มก.ไม่ได้
เบต้าแคโรทีน สะสมในผิวและไขมัน แล้วเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเท่าที่ร่างกายต้องการแครอท · ฟักทอง · ตำลึง · มะละกอสุกไม่มี RDA ของตัวเอง — งานวิจัยที่พบโทษในคนสูบบุหรี่ใช้ 20–30 มก.ได้ — ตัวหลักที่เครื่องอ่าน
ไลโคปีน สะสมในผิวและต่อมลูกหมาก (ละลายไขมัน)มะเขือเทศปรุงสุก · แตงโม · ฝรั่งเนื้อชมพูไม่มี RDA — งานวิจัยใช้ 4–75 มก. ส่วนใหญ่ 15–30 มก.ได้
ลูทีน + ซีแซนทีน จอตา (จุดรับภาพ) และผิวผักโขม · คะน้า · ไข่แดง · ข้าวโพดไม่มี RDA — งานวิจัยโรคจอตา AREDS2 ใช้ 10 + 2 มก.ได้บางส่วน
โพลีฟีนอล (คาเทชิน · แอนโทไซยานิน) อยู่ในเลือดไม่กี่ชั่วโมงแล้วขับออกชาเขียว · ข้าวไรซ์เบอร์รี · อัญชัน · ลูกหว้าไม่มี RDA และวัดรวมกันไม่ได้ เพราะเป็นสารคนละตัวนับพันชนิดไม่ได้
ซีลีเนียม เป็นวัตถุดิบให้เอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระของร่างกายเองปลาทะเล · ไข่ · ถั่วบราซิลRDA 55 มคก. · เพดาน 400 มคก.ไม่ได้
กลูตาไธโอน ในทุกเซลล์ — ร่างกายสร้างเองจากโปรตีนเนื้อสัตว์ ไข่ (ให้วัตถุดิบ ไม่ใช่ตัวสาร)ไม่มี RDA — กินตรง ๆ ดูดซึมได้น้อย ส่วนใหญ่ถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนก่อนไม่ได้
โคเอนไซม์คิวเท็น ในไมโตคอนเดรีย — ร่างกายสร้างเอง ลดลงตามอายุและยาลดไขมันกลุ่มสแตตินเนื้อสัตว์ · ปลา · ถั่วไม่มี RDA — ขนาดที่ใช้ทั่วไป 100–200 มก. งานวิจัยใช้ 60–1,200 มก.ไม่ได้

RDA และเพดาน (UL) เป็นค่าอ้างอิงผู้ใหญ่ของสหรัฐฯ ส่วนของไทยคือ THAI RDIs (ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 445 พ.ศ. 2566) ซึ่งให้วิตามินซี 100 มก. · วิตามินอี 9 มก. แอลฟา-ทีอี · ซีลีเนียม 60 มคก. — คอลัมน์สุดท้ายคือสิ่งที่ผมอยากให้สังเกต จากสารต้านอนุมูลอิสระ 9 ตัว เครื่องวัดได้จริงแค่ 3 ตัว

ตัวเลขบนกล่อง แปลเป็นผักกี่กรัม และเกินหรือขาดจาก 400 กรัมเท่าไหร่

ซองอาหารเสริมสารต้านอนุมูลอิสระที่ผมกินเองเขียนว่า เบต้าแคโรทีน 11.3 มก. · ไลโคปีน 9.16 มก. · ลูทีน 4.33 มก. — ตัวเลขแบบนี้ไม่มีอยู่ใน 5 หน้าแรกของ Google (ที่ผมเปิดอ่านเมื่อ ก.ย. 2569) เลยสักตัว ซึ่งแปลว่าคนที่ยืนถือกล่องอยู่เทียบอะไรไม่ได้ ผมเลยเทียบให้ดู โดยใช้ค่าเฉลี่ยของผักดิบต่อ 100 กรัมจากฐานข้อมูลโภชนาการ

เบต้าแคโรทีน 11.3 มก. ÷ แครอทดิบ ≈ 8 มก./100 ก.≈ 140 ก. ≈ แครอทกลาง 2 หัว
ไลโคปีน 9.16 มก. ÷ มะเขือเทศสด ≈ 2.5–3 มก./100 ก.≈ 300–370 ก. ≈ มะเขือเทศกลาง 3 ลูก
ลูทีน 4.33 มก. ÷ ผักโขมดิบ ≈ 10–12 มก./100 ก.≈ 40 ก. ≈ 1 กำมือ
รวมน้ำหนักผักที่ให้แคโรทีนอยด์เท่า 1 หน่วยบริโภค≈ 480–550 ก.
เป้า WHO ผัก + ผลไม้ต่อวัน400 ก. (5 ส่วน ส่วนละ 80 ก.)
ค่าผักตามราคาตลาดสด (ผักบุ้ง · กะหล่ำปลี ตลาดสดทั่วไปในกรุงเทพฯ)≈ 40–50 บาท/วัน
ค่าอาหารเสริมต่อวันราคากล่อง ÷ จำนวนวันบนกล่อง — คิดจากกล่องที่คุณถืออยู่
แคโรทีนอยด์ 3 ตัวใน 1 หน่วยบริโภค ≈ ผักครึ่งกิโล — นี่คือเหตุผลที่คนกินอาหารเสริมแล้วค่าสแกนขึ้น และเป็นเหตุผลเดียวกันที่เครื่องแยกไม่ออกว่าคุณกินผักหรือกินแคปซูล แต่ผักครึ่งกิโลให้ใยอาหาร โพแทสเซียม และสารอีกหลายร้อยตัวที่ไม่ได้อยู่ในซอง ตัวเลขที่เท่ากันไม่ได้แปลว่าของเท่ากัน
ฉลากด้านหลังซองอาหารเสริม แสดงเบต้า-แคโรทีน 11.3 มก. ไลโคปีน 9.16 มก. และลูทีน 4.33 มก.
ซองที่ผมกินเอง — ถ่ายให้เห็น มก. จริง เพราะนี่คือตัวเลขที่ทุกหน้าที่ติดอันดับต้น ๆ ไม่พิมพ์

ใครไม่ต้องซื้ออาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระ

สัปดาห์ที่ 1–12 ค่าที่นาฬิกาหรือเครื่องสแกนวัดได้ จะขยับยังไง

ค่าสารต้านอนุมูลอิสระบนนาฬิกาหรือเครื่องสแกนขยับช้าแค่ไหน คือส่วนที่ไม่มีเว็บไหนเขียน เพราะต้องเคยนั่งดูคนคนเดียวกันสแกนซ้ำหลายสิบครั้ง — และเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่เลิกก่อนค่าจะขยับ

สัปดาห์ที่ 1–12 ค่าที่นาฬิกาหรือเครื่องสแกนวัดได้ จะขยับยังไง
ช่วงคุณจะรู้สึกอะไรอันนี้ปกติอันนี้ให้หยุดคนเลิกตรงนี้เพราะ
วันที่ 1–7 เริ่มกินผักเพิ่ม (หรือเริ่มกล่อง) แล้ววัดทุกวัน ค่าไม่ขยับ หรือขึ้น ๆ ลง ๆ ปกติปกติ — ค่าแกว่งได้ตามแรงกด นิ้วเย็น ผิวชื้น หรือครีมที่ทามือ ค่าจริงยังไม่เปลี่ยน — คิดว่าเครื่องเพี้ยน หรือของไม่ได้ผล
สัปดาห์ 2–3 ยังนิ่ง หรือขยับขึ้นแค่นิดเดียว ทั้งที่กินผักมาแล้ว 2 อาทิตย์ ปกติปกติ — ผิวชั้นนอกผลัดรอบละราว 4 สัปดาห์ แคโรทีนอยด์ที่กินวันนี้ยังเดินทางไม่ถึงชั้นที่เครื่องอ่าน หยุดฝ่ามือหรือฝ่าเท้าออกสีส้มเหลืองชัด — ไม่อันตราย แต่แปลว่าแคโรทีนอยด์เกินความจำเป็น ลดลงได้ เลิกมากที่สุดตรงนี้ — กล่องแรกหมดแล้วค่ายังเท่าเดิม หรือไปเทียบกับเพื่อนที่ค่าสูงกว่าแล้วท้อ
สัปดาห์ 4–6 ค่าเริ่มขยับขึ้นชัด และขึ้นทีละน้อยทุกครั้งที่วัด ปกติปกติ — ขึ้นช้าแต่สม่ำเสมอ ถ้ากินเท่าเดิมทุกวัน หยุดค่าพุ่งขึ้นเร็วผิดปกติทั้งที่กินเท่าเดิม — ให้เช็ควิธีวัดก่อน (แสง ครีมทามือ ตำแหน่งนิ้ว) ไม่ใช่ดีใจ เบื่อการวัด หรือเผลอกลับไปกินแบบเดิมเพราะคิดว่า “ได้แล้ว”
สัปดาห์ 8–12 ค่าเข้าที่ระดับใหม่ (นิ่ง) ไม่ว่าจะวัดกี่ครั้ง ปกติปกติ — นี่คือค่าจริงของการกินแบบใหม่ของคุณ ไม่ใช่เพดาน ถ้าอยากสูงกว่านี้ต้องกินเพิ่มอีก ไม่ใช่รอนาน — —
หลังหยุดกิน 2–8 สัปดาห์ ค่าค่อย ๆ ลงกลับไปใกล้ที่เดิม ปกติปกติ และเป็นหลักฐานที่ชัดที่สุดว่าเครื่องวัด “สิ่งที่คุณกินช่วงนี้” ไม่ได้วัด “สุขภาพ” หรือ “อายุผิว” — —

จากที่ผมเห็นในลูกค้าที่สแกนซ้ำ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย — คนที่ BMI เกิน 25 ค่าสารต้านอนุมูลอิสระบนเครื่องจะขึ้นช้ากว่านี้ราว 2 สัปดาห์ทุกช่วง (แคโรทีนอยด์ไปเก็บในไขมันก่อน) คนสูบบุหรี่เริ่มต่ำกว่าและขึ้นช้ากว่า ส่วนคนที่กินคู่กับมื้อที่มีไขมันจะเร็วกว่าคนกินตอนท้องว่าง

มองหน้าจอเครื่องสแกนระหว่างวัดค่าแคโรทีนอยด์ในผิว
จอตอนสแกน — ค่าที่ขึ้นคือค่าของ 2–4 สัปดาห์ที่แล้ว ไม่ใช่ของมื้อเมื่อวาน วัดทุกวันจึงได้ความหงุดหงิดมากกว่าข้อมูล

ถ้าค่าที่วัดได้ต่ำ หรือซื้อกล่องมาแล้ว ทำยังไง

ทุกเว็บเขียนนิยามสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่มีใครเขียนให้คนที่เพิ่งกดวัดบนนาฬิกาแล้วขึ้นว่า “ต่ำ” หรือคนที่ซื้อกล่องมาแล้วเมื่อวานเพราะเพื่อนแนะนำ นี่คือลำดับที่ผมบอกลูกค้า

วันนี้ — วัดซ้ำ 3 ครั้ง นิ้วเดียวกัน ล้างมือให้แห้ง ไม่ทาครีม จดค่ากลาง นั่นคือค่าตั้งต้นของคุณ ค่าเดียวจากนาฬิกาไม่มีความหมาย ค่า 3 ครั้งในวันเดียวกันถึงจะพอเชื่อได้

สัปดาห์ 1–4 — เพิ่มผักผลไม้สีส้ม แดง เขียวเข้ม วันละ 2 ส่วน (ราว 160 กรัม) จากที่กินอยู่ กินคู่ไขมันเล็กน้อย — ผัดน้ำมันนิดเดียว หรือกินกับไข่ — เพราะแคโรทีนอยด์ละลายในไขมัน ดูดซึมต่างกันหลายเท่าระหว่างกินเปล่ากับกินกับน้ำมัน วัดซ้ำทุก 2 สัปดาห์ ไม่ใช่ทุกวัน

ถ้าซื้อกล่องสารต้านอนุมูลอิสระมาแล้ว — พลิกดูบรรทัดเบต้าแคโรทีนเป็น มก. ก่อนอย่างอื่น ถ้าคุณสูบบุหรี่ ไม่ต้องกิน ยกให้คนอื่นหรือขอคืน ถ้าไม่สูบ กินพร้อมมื้อที่มีไขมัน วันละครั้งตามซองพอ และอย่ากินซ้อนกับวิตามินรวมอีกขวดที่มีเบต้าแคโรทีนอยู่แล้ว ส่วนเลข ORAC บนกล่อง ไม่ต้องอ่าน

เคสแคบ ๆ ที่ผมเห็นว่ากล่องสารต้านอนุมูลอิสระต่างจากผักจริง — มี 3 กลุ่มที่ค่าขึ้นจากกล่องชัดกว่าจากผัก ไม่ใช่เพราะกล่องดีกว่า แต่เพราะผักไม่ได้ถูกกินจริง — คนทำงานกะดึกที่กินข้าวจากร้านสะดวกซื้อ 6 วันต่อสัปดาห์ · คนที่ไม่กินผักเลยจริง ๆ (ค่าอยู่ระดับล่างสุดตลอด ไม่ว่าวัดกี่ครั้ง) · ผู้สูงอายุที่กินได้น้อยหรือดูดซึมแย่ ถ้าคุณอยู่ใน 3 กลุ่มนี้ กล่องช่วยได้จริง และถ้าไม่อยู่ ผักถูกกว่าและให้มากกว่า

เมื่อไหร่ที่ไม่ใช่เรื่องของผัก และควรไปหาหมอ — ตาขาวออกเหลือง (นั่นคือดีซ่าน ไม่ใช่แคโรทีน แคโรทีนไม่ขึ้นที่ตาขาว) เหนื่อยง่ายผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือค่าตกลงเรื่อย ๆ ทั้งที่กินเท่าเดิม — อันนั้นเกินสิ่งที่หน้านี้ตอบได้ และเกินสิ่งที่กล่องไหนตอบได้

ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน

ผมเปิดอ่านทุกหน้าที่ติดอันดับคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ คือ” (เมื่อ ก.ย. 2569) ไม่มีหน้าไหนมีตาราง และไม่มีหน้าไหนพิมพ์ มก. สักตัว — และช่องว่างที่แต่ละเจ้าเว้นไว้ ตรงกับของที่แต่ละเจ้าขายพอดี

ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน
ใครพูดเขาขายอะไรเขาบอกว่าความจริงคือ
โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแพ็กเกจตรวจสุขภาพลิสต์ประโยชน์ 6–8 ข้อ แล้วจบด้วย “กินอาหารให้หลากหลาย”ถูกทุกคำ แต่ใช้ตัดสินใจไม่ได้ — คนที่ถือกล่องอยู่ไม่ได้ถามว่ามีประโยชน์ไหม เขาถามว่ากี่ มก. และเทียบกับผักได้ไหม
ผู้ผลิตอาหารเสริมรายหนึ่งแคปซูลวิตามินและสารสกัดอาหารทั่วไปให้ไม่พอ ควรเสริมงานวิจัยใหญ่ในคนสุขภาพดีทั่วไปไม่พบว่าแคปซูลลดโรคหัวใจหรือมะเร็ง และคณะทำงานด้านการป้องกันของสหรัฐฯ ปี 2022 บอกตรง ๆ ว่าไม่ควรกินเบต้าแคโรทีนและวิตามินอีเพื่อลดความเสี่ยงสองโรคนี้ — คนที่ “ไม่พอ” คือคนไม่กินผัก ซึ่งควรแก้ที่ผัก
ร้านค้าปลีกสุขภาพแห่งหนึ่งทุกยี่ห้อบนชั้นลิสต์ 10 สารรวมกันในหน้าเดียว แล้วบอกให้ “เลือกที่เหมาะกับคุณ”ไม่มีบรรทัดไหนบอกว่าตัวไหนเหมาะกับใคร การลิสต์รวมทำให้ดูเหมือนใช้แทนกันได้ ซึ่งไม่จริง — ลูทีนไม่ทำงานแทนวิตามินซี
หน่วยงานการศึกษาของรัฐไม่ขายอะไรนิยามเคมีครบและถูกต้องแม่นที่สุดในหน้า แต่ไม่มีคำว่า มก. · ORAC · หรือเครื่องวัด เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขา — หน้านี้เขียนส่วนที่เขาไม่ได้เขียน
วงการอาหารเสริมที่ผมอยู่ (รวมตัวผมเองในอดีต)แคปซูลและเครื่องสแกนค่าสแกน = “สถานะต้านอนุมูลอิสระโดยรวม” ของร่างกายงานวิจัยรองรับแค่ว่ามันวัดแคโรทีนอยด์ในผิว ซึ่งเป็นตัวแทนของผักผลไม้ที่กิน — คำว่า “โดยรวม” ไม่มีหลักฐานรองรับ และผมจะไม่พูดแบบนั้นในหน้านี้

ผมขายของในแถวสุดท้าย — จึงเขียนแถวนั้นละเอียดที่สุด และแคปซูลสารต้านอนุมูลอิสระที่ผมขายก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับคนส่วนใหญ่ในหน้านี้

อ่านฉลากยังไง — มก. · ORAC · และคำว่า “ต้านอนุมูลอิสระ” บนกล่อง

กล่องอาหารเสริมสารต้านอนุมูลอิสระจะเขียนคำว่า “ต้านอนุมูลอิสระ” ตัวใหญ่ด้านหน้า ส่วนสิ่งที่ใช้ตัดสินใจได้จริงอยู่ในตารางส่วนประกอบตัวเล็กด้านหลัง ให้มองหา 4 อย่าง

1. ตัวเลขต่อหน่วยบริโภค ไม่ใช่ต่อกล่อง — บรรทัดที่ต้องเจอคือชื่อสารเดี่ยว ๆ ตามด้วย มก. หรือ มคก. เช่น Beta-carotene 11.3 mg ถ้าเจอแค่ “สารสกัดผลไม้รวม 500 มก.” โดยไม่แยกว่าสารตัวไหนเท่าไหร่ แปลว่าคุณไม่รู้ว่ากำลังซื้ออะไร และดูด้วยว่า “หน่วยบริโภค” คือกี่แคปซูล — กล่องที่คิดต่อ 2 แคปซูล มีตัวเลขดูใหญ่กว่ากล่องที่คิดต่อ 1 แคปซูลโดยอัตโนมัติ

2. ค่า ORAC — ตัวเลขที่ต้องรู้ว่ามาจากไหน — ORAC คือวิธีวัดในหลอดทดลองว่าสารสกัดจับอนุมูลอิสระได้เท่าไหร่ USDA เคยเผยแพร่ฐานข้อมูลนี้ แล้วถอนทิ้งในปี 2012 ด้วยเหตุผลที่เขียนไว้ตรง ๆ ว่าค่าในหลอดทดลองไม่สัมพันธ์กับผลในร่างกาย และถูกเอาไปใช้ทางการตลาดอย่างผิด ๆ กล่องในไทยยังพิมพ์อยู่ และเทียบข้ามยี่ห้อไม่ได้ เพราะบางกล่องคิดต่อกรัม บางกล่องต่อหน่วยบริโภค บางกล่องรวมหลายวิธีวัดเข้าด้วยกัน ผมเคยใช้ตัวเลขนี้อธิบายลูกค้าเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว

3. เบต้าแคโรทีนเป็น มก. ไม่ใช่วิตามินเอเป็น IU — เบต้าแคโรทีนถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเท่าที่ร่างกายต้องการ จึงไม่มีพิษสะสมแบบวิตามินเอสำเร็จรูป (retinyl palmitate / acetate) ถ้ากล่องเขียน “วิตามินเอ 5,000 IU” ให้ดูต่อว่ามาจากตัวไหน เพราะวิตามินเอสำเร็จรูปมีเพดาน 3,000 มคก. (10,000 IU) ต่อวัน แต่ถ้าคุณสูบบุหรี่ บรรทัดเบต้าแคโรทีนควรเป็นศูนย์ หรือใกล้ศูนย์

4. คำที่ไม่มีค่า — “จากธรรมชาติ” · “สูตรเข้มข้น” · “ต้านอนุมูลอิสระสูง” — ไม่มีคำไหนในนี้บังคับให้ผู้ผลิตพิมพ์ตัวเลข ถ้าหน้ากล่องมีแต่คำแบบนี้ และหลังกล่องไม่มี มก. ให้วางลง

ซองสารต้านอนุมูลอิสระในรูปด้านบน (หัวข้อคำนวณ) แยกสารเป็น มก. ทีละตัว ซึ่งถูกแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าคนสูบบุหรี่ไม่ควรกิน และไม่ได้บอกว่าถ้ากินผักครึ่งกิโลอยู่แล้วก็ไม่ต้องกิน ตรงนั้นคุณต้องรู้เอง

คำถามที่พบบ่อย

สารต้านอนุมูลอิสระ คือ วิตามิน อะไร

สารต้านอนุมูลอิสระไม่ใช่วิตามินตัวใดตัวหนึ่ง — วิตามินที่ทำหน้าที่นี้ได้มี ซี (ในน้ำ) และ อี (ในไขมัน) ส่วนวิตามินเอเองไม่ใช่ตัวหลัก แต่เบต้าแคโรทีนที่เป็นสารตั้งต้นของมันทำหน้าที่นี้ วิตามินบีและดีไม่นับ ที่เหลือส่วนใหญ่ไม่ใช่วิตามินเลย (แคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล ซีลีเนียม)

สารต้านอนุมูลอิสระ ประโยชน์

ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระที่มีหลักฐานชัดคือจากอาหาร — คนที่กินผักผลไม้ถึง 400 ก./วัน มีโรคหัวใจและมะเร็งบางชนิดน้อยกว่า ส่วนจากแคปซูล งานวิจัยใหญ่ในคนสุขภาพดีทั่วไปไม่พบว่าลดโรคเหล่านี้ ข้อยกเว้นที่มีหลักฐานเฉพาะคือสูตรลูทีน 10 มก. + ซีแซนทีน 2 มก. ในคนที่เป็นโรคจอตาเสื่อมระยะกลางแล้ว ไม่ใช่คนทั่วไป

สารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่

สารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างเอง — เอนไซม์ SOD คาตาเลส กลูตาไธโอน และโคเอนไซม์คิวเท็น · ที่ได้จากอาหาร — วิตามินซี วิตามินอี แคโรทีนอยด์ (เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน ลูทีน) โพลีฟีนอล (คาเทชิน แอนโทไซยานิน) และแร่ธาตุที่เป็นวัตถุดิบให้เอนไซม์ (ซีลีเนียม สังกะสี) ดูตารางด้านบนว่าตัวไหนอยู่ตรงไหนของร่างกาย

สารอนุมูลอิสระ คือ

อนุมูลอิสระ (ตัวที่สารต้านอนุมูลอิสระไปหยุด) คือโมเลกุลที่ขาดอิเล็กตรอน 1 ตัว จึงไปแย่งจากเยื่อหุ้มเซลล์ โปรตีน หรือดีเอ็นเอ ร่างกายสร้างเองตลอดเวลาจากการเผาผลาญ และไม่ใช่ผู้ร้ายทั้งหมด — เม็ดเลือดขาวใช้มันฆ่าเชื้อ ปัญหาคือตอนที่มีมากกว่าที่ระบบของร่างกายจัดการทัน แหล่งที่คนไทยเจอมากที่สุดคือแดด ควันบุหรี่ ควันรถ น้ำมันทอดซ้ำ และการนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง

สารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุด

คำถามว่าสารต้านอนุมูลอิสระตัวไหนดีกว่ากันไม่มีคำตอบ เพราะแต่ละตัวทำงานคนละที่ — ลูทีนที่จอตาไม่ช่วยเยื่อหุ้มเซลล์ วิตามินซีในเลือดไม่ไปถึงจอตา ถ้าต้องเลือกจุดเริ่มต้นจุดเดียว ผมเลือกผักผลไม้ 400 ก./วัน ให้หลากสี เพราะได้ทุกกลุ่มพร้อมกันในราคาวันละ 40–50 บาทเท่าที่ผมเห็นในตลาดสด ไม่ใช่แคปซูลตัวไหน

สารต้านอนุมูลอิสระมาก เกินไป

สารต้านอนุมูลอิสระจากอาหาร ยังไม่พบว่าเกินได้ — อย่างมากคือฝ่ามือออกส้มจากแคโรทีนอยด์ ซึ่งจางเองเมื่อลด จากแคปซูลเกินได้จริงและมีหลักฐาน — เบต้าแคโรทีน 20–30 มก./วันในคนสูบบุหรี่เพิ่มมะเร็งปอด วิตามินอีเกิน 400 IU/วันต่อเนื่อง สัมพันธ์กับอัตราตายรวมที่สูงขึ้นในบางงานวิเคราะห์ วิตามินซีเกิน 2,000 มก. ท้องเสียและเสี่ยงนิ่ว ซีลีเนียมเกิน 400 มคก. ผมร่วงเล็บเปราะ

สาร ต้าน อนุมูล อิสระ กิน อะไร

จะกินให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระ ให้คิดเป็นสี ไม่ใช่ชื่อสาร — ส้ม (แครอท ฟักทอง มะละกอ) ได้เบต้าแคโรทีน · แดง (มะเขือเทศปรุงสุก แตงโม ฝรั่งชมพู) ได้ไลโคปีน · เขียวเข้ม (ผักโขม คะน้า ตำลึง) ได้ลูทีน · ม่วง-น้ำเงิน (ข้าวไรซ์เบอร์รี อัญชัน ลูกหว้า) ได้แอนโทไซยานิน · แล้วเติมฝรั่งหรือพริกเป็นวิตามินซี รวมให้ได้ 400 ก./วัน และผัดกับน้ำมันนิดหน่อยให้แคโรทีนอยด์ดูดซึม ไม่ต้องไปหาบลูเบอร์รี

ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ

พิมพ์คำว่า อนุมูล มา เดี๋ยวผมตอบให้

เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「อนุมูล」

ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้