กินวิตามินซี วันละเท่าไหร่ กินตอนไหน
ตัวเลขที่ผมให้ลูกค้าคือ 200 มก. ต่อครั้ง วันละ 1–2 ครั้ง หลังอาหาร — ไม่ใช่ 90 ของแบรนด์ (ขั้นต่ำกันขาด) ไม่ใช่ 1,000 ของโรงพยาบาล (ขนาดเม็ดที่ขาย) เพราะเลือดอิ่มตัวที่ราว 200 มก. ต่อครั้ง ส่วนเกินออกทางปัสสาวะในไม่กี่ชั่วโมง มีเม็ด 1,000 อยู่แล้ว หักครึ่ง เช้า–เย็น เพดาน 2,000 มก./วัน
กินวิตามินซี วันละเท่าไหร่ กินตอนไหน คืออะไร
วิตามินซีคือกรดแอสคอร์บิก — สัตว์ส่วนใหญ่สร้างเองได้ในตับ แต่คนสร้างไม่ได้ ต้องกินทุกวัน เพราะมันละลายน้ำ เก็บสำรองได้น้อย (ทั้งตัวราว 1.5–2 กรัม)
งานหลักของวิตามินซีที่เกี่ยวกับหน้านี้มี 3 อย่าง — ช่วยสร้างคอลลาเจน (ขาดแล้วเหงือกเลือดออก แผลหายช้า) · ช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช · เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหลักที่ละลายน้ำในเลือด
จุดที่ทำให้ตัวเลขหน้านี้ต่างจากที่อื่นคือ ร่างกายมีประตูรับวิตามินซีที่อิ่มตัวได้ — ลำไส้ดูดซึมผ่านตัวขนส่งที่เต็มราว 200 มก. ต่อครั้ง และไตดูดกลับได้ถึงระดับหนึ่ง เกินนั้นทิ้งทางปัสสาวะทันที กินมากกว่าจุดอิ่มตัวไม่ได้แปลว่าได้มากกว่า — นี่คือเหตุผลที่ 90 กับ 1,000 อยู่หน้าเดียวกันของ Google ได้โดยไม่มีใครผิด
และ “ขาดวิตามินซี” จริง ๆ (ลักปิดลักเปิด) เกิดเมื่อได้ต่ำกว่า 10 มก. ต่อวันติดกันหลายสัปดาห์ ส้มครึ่งผลก็พ้น คนไทยที่กินผลไม้แทบไม่มีทางถึง คำถามของคนส่วนใหญ่จึงไม่ใช่ “ขาดไหม” แต่คือ “กินเพิ่มแล้วได้อะไร” — คนละคำถามกับที่ RDA ตอบ
รูปแบบที่ขายในไทย — มก. บนกล่อง กับ มก. ที่เข้าเลือดจริง
| รูปแบบ | มก. ที่ขายบ่อยในไทย | เข้าเลือดจริงต่อครั้ง ราว | สิ่งที่ฉลากไม่บอก |
|---|---|---|---|
| ฝรั่ง 100 ก. (ราวครึ่งผล) | ≈ 110–230 มก. — ฝรั่งไทยที่มีงานวัดจริงอยู่ราว 110–130 | ≈ 110–180 มก. — ไม่เกินจุดอิ่มตัว ดูดซึมเกือบหมด | ถูกที่สุดต่อ มก. ที่เข้าเลือด · ไม่แสบท้อง · ส้ม 1 ผล ≈ 50–70 มก. ต้อง 3 ผล |
| เม็ดธรรมดา 500 มก. | 500 | ≈ 350 มก. (ราว 70%) | หักครึ่งได้ 250 ใกล้จุดอิ่มตัวที่สุด — ขนาดที่ผมบอกให้ลูกค้าซื้อ ถ้าจะซื้อ |
| เม็ดธรรมดา 1,000 มก. | 1,000 | ≈ 500 มก. (ต่ำกว่า 50%) | เม็ดที่ร้านยาไทยมีมากที่สุด กินรวดเดียวเสียครึ่ง · หักครึ่งได้ ยกเว้นเขียนว่า sustained / timed release |
| เม็ดฟู่ 1,000 มก. | 1,000 | ≈ 500 มก. — ไม่ได้ดูดซึมดีกว่าเม็ดธรรมดา | โซเดียม 224–312 มก. ต่อเม็ด — จากฉลากเรด็อกซอนเม็ดฟู่ที่ผมอ่านเอง คนความดันสูงต้องนับ · แพงกว่าเม็ดธรรมดาราว 5 เท่า |
| เม็ดอม · เม็ดเคี้ยว · เยลลี่ | 30–500 ดูที่ซอง | ตามซอง — ต่างกันได้ตั้งแต่หลักสิบถึง 500 มก. ต้องพลิกอ่านเลขต่อเม็ดเอง | กรดกัดเคลือบฟันถ้าอมนาน · น้ำตาล · ตัวที่ขายเด็กมักพิมพ์เลข มก. ตัวเล็กมาก |
| วิตามินรวม (ของที่ผมใช้เอง) | 30% Thai RDI ≈ 30 มก. | ≈ 30 มก. | ตัวเติมวันที่กินผักผลไม้ไม่ถึง — ไม่ใช่ตัวที่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้ามาหา 200 มก. ของผมไม่ตอบ |
ตัวเลขวิตามินซี “เข้าเลือดจริง” จากงานวิจัยเภสัชจลนศาสตร์ในคนสุขภาพดี — แต่ละคนต่างกัน แต่ลำดับไม่เปลี่ยน · คอลัมน์สุดท้ายจากฉลากในมือผม และลูกค้าที่กินซีตั้งแต่ปี 2543
90 กับ 1,000 ต่างกัน 11 เท่า ทำไมถูกทั้งคู่ — คิดให้ดู
หน้า 1 ของคำว่า “กินวิตามินซี” มีเลข 3 ชุดอยู่จอเดียวกัน — โรงพยาบาลเอกชนเขียน 1,000 มก. (2,000 ถ้าเป็นหวัดบ่อย) ผู้ผลิตอาหารเสริมเขียน หญิง 75 ชาย 90 บริษัทขายตรงเขียน 85–100 เพดาน 2,000 ไม่มีหน้าไหนพูดถึงอีกหน้า และไม่มีใครบอกว่าคุณควรอยู่ตรงไหนระหว่าง 90 กับ 1,000
ปริมาณวิตามินซีที่ต่างกัน 11 เท่าเพราะเป็นคนละคำถาม — 90 ตอบว่า “ต่ำสุดเท่าไหร่ถึงไม่ขาด” 1,000 ตอบว่า “เม็ดที่ขายคือกี่ มก.” ไม่มีเลขไหนตอบว่า “ร่างกายรับได้ต่อครั้งเท่าไหร่” ผมเรียงจากน้อยไปมาก แล้วดูว่า 1,000 ในมือคุณกลายเป็นเท่าไหร่ในเลือด

ใครไม่ต้องซื้อวิตามินซี
- คนที่กินผลไม้ทุกวันอยู่แล้ว — ฝรั่งครึ่งผลให้วิตามินซีราว 110–180 มก. ส้ม 3 ผลก็ใกล้เคียงกัน — เกือบถึง 200 มก. โดยไม่ต้องซื้อเม็ด เม็ดที่เพิ่มได้แค่ปัสสาวะสีเข้มกับเงินที่หายไป — ลูกค้าครึ่งหนึ่งที่ถามผมเรื่องซี อยู่ในกลุ่มนี้
- คนที่ซื้อเพราะอยากผิวขาว — กินไม่ทำให้ขาว ตั้งแต่ปี 2543 ผมไม่เคยเห็นสักคนที่ขาวขึ้นจากซีเม็ด ที่เห็นคือหน้าใสขึ้นในคนที่เลิกนอนดึกไปพร้อมกัน ถ้าจะเอาเรื่องผิว ตัวเลขอยู่หน้าวิตามินซีทาหน้า
- คนที่เคยเป็นนิ่วในไตชนิดออกซาเลต — วิตามินซีเม็ด 1,000 มก./วัน เพิ่มโอกาสเป็นนิ่วในผู้ชายราว 2 เท่า เพราะส่วนเกินถูกเปลี่ยนเป็นออกซาเลต — เอาจากผลไม้ พอ
- คนเป็นโรคไตเรื้อรังหรือฟอกไต — ไม่ใช่ห้าม แต่เพดานวิตามินซีของคุณต่ำกว่าคนทั่วไปมาก ราว 60–100 มก./วัน เพราะไตขับออกซาเลตส่วนเกินไม่ได้ และเลขนี้ต้องมาจากหมอไตของคุณ ไม่ใช่จากผม
- คนธาลัสซีเมียชนิดที่ต้องให้เลือด หรือมีธาตุเหล็กเกิน — วิตามินซีเพิ่มการดูดซึมเหล็ก ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่ร่างกายคุณต้องการ — คนไทยเป็นพาหะเยอะ ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นชนิดไหน ถามหมอเลือดก่อนซื้อ
- คนที่คิดจะซื้อวิตามินรวมของผมเพื่อเอาวิตามินซี — ของผมมีวิตามินซี 30 มก. ต่อวัน เป็นตัวเติมพื้นฐาน ไม่ใช่ 200 ถ้าเป้าหมายคือหน้านี้ เม็ด 500 จากร้านยาหักครึ่ง ถูกกว่าและตรงกว่า
สัปดาห์ที่ 1–12 จะเกิดอะไรขึ้น
นี่คือส่วนที่ไม่มีเว็บไหนเขียน — และเป็นเหตุผลที่ตู้ยาบ้านคนไทยมีขวดวิตามินซีเหลือครึ่งขวด
| ช่วง | คุณจะรู้สึกอะไร | อันนี้ปกติ | อันนี้ให้หยุด | คนเลิกตรงนี้เพราะ |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ 1–3 | ไม่รู้สึกอะไร · บางคนแสบท้อง 20–30 นาทีหลังกินตอนท้องว่าง | ปกติปกติ — ซีไม่มีอะไรให้รู้สึกใน 3 วัน · แสบท้อง = ย้ายไปหลังข้าว ไม่ใช่เลิก | หยุดท้องเสียเป็นน้ำในวันเดียว = เกิน 2,000 มก. หรือฟู่ซ้อนเม็ด ลดลงครึ่งหนึ่ง | คิดว่าของไม่ดี หรือกลัวกระเพาะ |
| วันที่ 3–7 | ปัสสาวะเหลืองสดถ้ากินคู่วิตามินรวม · ฟู่ตอนดึกแล้วนอนไม่หลับ | ปกติเหลืองสด = วิตามินบี 2 ส่วนเกิน ไม่ใช่ซี ไม่ใช่ไต · ย้ายฟู่มาเช้า | หยุดปัสสาวะมีเลือด หรือปวดเอวข้างเดียวร้าวลงขาหนีบ = ไปหาหมอ ไม่ใช่วิตามิน | ตกใจสีปัสสาวะ แล้วเลิกทั้งชุด |
| สัปดาห์ 2–3 | “กินแล้วไม่เห็นอะไรเลย” · หวัดรอบแรกหลังเริ่ม ยังป่วยเท่าเดิม | ปกติป่วยได้ — ซีไม่ลดจำนวนครั้ง (RR 0.97) · จดไว้ว่ารอบนี้กี่วัน | หยุดไข้เกิน 38.5 นานกว่า 3 วัน = ไม่ใช่หวัดธรรมดา ไปหาหมอ | เลิกมากที่สุดตรงนี้ — “กินแล้วก็ยังป่วย” คือประโยคที่ผมได้ยินบ่อยที่สุดเรื่องซี |
| สัปดาห์ 4–8 | หวัดรอบต่อไปจบใน 3–4 วันแทน 7 · เหงือกที่เคยเลือดออกตอนแปรงฟัน หยุด | ปกตินี่คือหน้าตาของ “ได้ผล” — ไม่ใช่ไม่ป่วย · เหงือกดีขึ้นมักเป็นคนที่แทบไม่กินผลไม้มาก่อน | — | ไม่สังเกต เพราะไม่ได้จดว่ารอบก่อนกี่วัน |
| สัปดาห์ 8–12 | ผิวไม่ขาวขึ้น · ช่วงเปลี่ยนอากาศผ่านไปด้วยคัดจมูก 1–2 วัน | ปกติตัดสินได้แล้วว่ากินต่อไหม — ถ้าเริ่มกินผลไม้ทุกวันระหว่างทาง หยุดเม็ดได้เลย | หยุดยังป่วยครั้งละ 7–10 วัน เดือนเว้นเดือน = ไม่ใช่เรื่องซี ไปดูการนอนและตรวจเลือด | — |
จากที่ผมเห็นในลูกค้า ไม่ใช่ค่าจากงานวิจัย — งานวิจัยวิตามินซีวัดได้แค่หวัดสั้นลง 8% ที่ผมเห็น “3–4 วันแทน 7” ใหญ่กว่านั้น และผมไม่เชื่อว่าเป็นเพราะซีตัวเดียว คนที่กินครบ 8 สัปดาห์มักเริ่มกินผลไม้และนอนเป็นเวลาไปพร้อมกัน · คนสูบบุหรี่ช้ากว่านี้ และต้องการมากกว่าราว 35 มก./วัน · คนอายุเกิน 60 ช้ากว่านี้ราว 2–4 สัปดาห์
ถ้ากินเกินไปแล้ว แสบท้อง หรือกำลังจะไปตรวจสุขภาพ ทำยังไง
ทุกเว็บเขียนให้คนที่กำลังจะซื้อ ไม่มีใครเขียนให้คนที่กินวิตามินซีเม็ดฟู่ 2 เม็ดกับซองอีก 1 ซองไปแล้ววันนี้ แล้วกำลังท้องเสีย นี่คือลำดับที่ผมบอกลูกค้า
ท้องเสียเป็นน้ำหลังกินเยอะ — ไม่ต้องไปโรงพยาบาล นั่นคือซีส่วนที่ลำไส้ดูดซึมไม่ทันแล้วดึงน้ำเข้ามา หยุดวันนี้ ดื่มเกลือแร่ 1 ซอง พรุ่งนี้กลับมาที่ 500 หักครึ่ง หายใน 24 ชั่วโมง ถ้าไม่หายใน 2 วันทั้งที่หยุดแล้ว นั่นไม่ใช่วิตามินซี
แสบกระเพาะ — ① กินวิตามินซีหลังอาหารทันที ไม่ใช่ก่อนนอนตอนท้องว่าง ② ยังแสบ ลดเหลือ 250 ต่อครั้ง ③ ยังแสบอีก ค่อยเปลี่ยนเป็นแบบ buffered — ฉลากเขียน Sodium Ascorbate Calcium Ascorbate หรือ Ester-C — กรดน้อยกว่า มก. เข้าเลือดพอกัน อย่าข้ามไปข้อ ③ ตั้งแต่แรก เพราะแพงกว่าราว 2–3 เท่า
กำลังจะไปตรวจสุขภาพ — สำคัญกว่าที่คิด และไม่มีหน้าไหนบอก
- ตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ (คัดกรองมะเร็งลำไส้แบบ guaiac) — วิตามินซีเกิน 250 มก./วัน ทำให้ผลเป็นลบเทียมทั้งที่มีเลือดจริง หยุดอย่างน้อย 3 วันก่อนเก็บ แบบ FIT ไม่ต้องหยุด แต่ถามให้แน่
- เครื่องวัดน้ำตาลติดแขน (CGM) — ผู้ผลิตบางรายเตือนว่าวิตามินซีเกิน 500 มก./วัน ทำให้ค่าน้ำตาลอ่านสูงเกินจริง คนเบาหวานที่กินซี 1,000 แล้วเห็นน้ำตาลขึ้น เช็กเรื่องนี้ก่อนเพิ่มยา
กินวิตามินซี 1,000 ทุกวันมาหลายปี อยากเลิก — เลิกได้เลย เรื่อง “ลักปิดลักเปิดจากการหยุดกะทันหัน” มีหลักฐานน้อยมากในผู้ใหญ่ที่กินผลไม้ ถ้าอยากสบายใจ ลดครึ่งหนึ่ง 1–2 สัปดาห์แล้วหยุด
เมื่อไหร่ที่ไม่ใช่วิตามิน และควรไปหาหมอ — ปวดเอวข้างเดียวร้าวลงขาหนีบ ปัสสาวะมีเลือด = นิ่ว · ลมพิษหลังกินเม็ดฟู่ = แพ้สี กลิ่น หรือสารกันเสีย ไม่ใช่แพ้วิตามินซี · ตัวเหลือง ปัสสาวะสีโค้กหลังดริปซีขนาดสูง = อาจเป็นภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD ซึ่งพบในชายไทยราว 10% ควรตรวจก่อนดริปทุกครั้ง
ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน
ผมเปิดอ่านทุกหน้าที่ติดอันดับคำว่า “กินวิตามินซี” — โรงพยาบาลเอกชน แบรนด์เวชสำอาง ผู้ผลิตอาหารเสริม บริษัทขายตรง คลินิกความงาม — โครงเรื่องแทบเป็นบทความเดียวกัน (แม้แต่ “รูปแบบ 6 แบบ” ยังเรียงเหมือนกันทุกหน้า) แต่ตัวเลขปริมาณต่างกัน 11 เท่า และแต่ละหน้าเขียนตามของที่ตัวเองขาย
| ใครพูด | เขาขายอะไร | เขาบอกว่า | ความจริงคือ |
|---|---|---|---|
| โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง (หน้าแรกสุดของคำนี้) | ปรึกษาแพทย์ชะลอวัย · ดริปวิตามิน | “คนเราควรทานวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน” และ 2,000 ถ้าเป็นหวัดบ่อย | หน้าเดียวกันบอกเองว่าเกิน 1 กรัมดูดซึมได้ราวครึ่ง แล้วจบ — ไม่บอกว่าทำยังไงกับเม็ด 1,000 ในมือ และ 1,000 คือขนาดเม็ดที่ขาย ไม่ใช่ขนาดที่ร่างกายรับต่อครั้ง |
| ผู้ผลิตอาหารเสริมรายหนึ่ง | วิตามินซีเม็ดของตัวเอง | หญิง 75 ชาย 90 มก. ต่อวัน | ถูก — แต่นั่นคือ RDA สหรัฐ ขั้นต่ำไม่ให้ขาด ไม่ใช่ขนาดที่ทำให้อะไรดีขึ้น และเม็ดที่ตัวเองขายก็ไม่ได้ใส่ 90 |
| บริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง | วิตามินซีสกัดจากผลไม้ของตัวเอง | ตาราง 85–100 มก. เพดาน 2,000 | ตารางถูก แต่ไม่มีเสียงคนอยู่ในนั้น — 85 กับ 2,000 ห่างกัน 23 เท่า ไม่มีบรรทัดไหนบอกว่าคุณควรอยู่ตรงไหน |
| คลินิกความงามแห่งหนึ่ง (โดเมนอายุไม่ถึงปี) | ดริปวิตามินซีเข้าเส้น | ให้กินในปริมาณที่เหมาะสม โดยไม่มีตัวเลข | ไม่มีตัวเลขทั้งหน้า — เพราะตัวเลขที่ขายคือขนาดดริป ซึ่งใหญ่กว่าที่ปากรับได้ทั้งวันหลายเท่า และคนที่กินพอแล้วไม่ต้องดริป |
ผมขายวิตามินรวมที่มีวิตามินซี 30 มก. อยู่ในนั้น ไม่ได้ขายซีเม็ดเดี่ยว ไม่ได้ขายดริป จึงไม่มีเหตุผลต้องเชียร์ 1,000 — และถ้าคุณต้องการ 200 มก. ต่อครั้ง ของผมก็ไม่ใช่คำตอบเช่นกัน
อ่านฉลากยังไง — มก. · % Thai RDI · และคำว่า แอสคอร์เบต
ฉลากซีในไทยมี 2 ภาษาให้สับสน — ฝั่งไทยเขียนเป็น % Thai RDI ฝั่งส่วนประกอบเขียนเป็น มก. ของสารตั้งต้น ซึ่งไม่ใช่ มก. ของวิตามินซีเสมอไป ให้ดู 4 อย่าง
1. แปลง % เป็น มก. ก่อนเทียบกับ 200 — ตัวตั้ง Thai RDI ของวิตามินซีคือ 100 มก. ดังนั้น 30% = 30 มก. และขวดที่เขียนครบร้อยก็แค่ 100 มก. ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว ส่วนขวด 1,000 มก. ฉลากไทยมักเลี่ยงไม่พิมพ์เป็น % เพราะจะกลายเป็นพันเปอร์เซ็นต์
2. ชื่อสารตั้งต้นบอกรูปแบบ และบอกว่าต้องคูณ — Ascorbic Acid คือวิตามินซีตรง ๆ กรดจัด แสบท้องได้ · Sodium Ascorbate Calcium Ascorbate คือแบบ buffered กรดอ่อนกว่า และเลข มก. ของเกลือใหญ่กว่า มก. วิตามินซีจริง เพราะรวมน้ำหนักโซเดียมหรือแคลเซียม — แคลเซียม แอสคอร์เบตให้วิตามินซีราว 83% ของน้ำหนัก ส่วน Ester-C เป็นชื่อการค้าของแคลเซียม แอสคอร์เบตสูตรหนึ่ง ไม่ใช่รูปแบบใหม่
3. ต่อเม็ด หรือต่อหน่วยบริโภค — ขวดวิตามินซีที่คิดต่อ 2 แคปซูล ตัวเลขทุกบรรทัดใหญ่ขึ้นสองเท่าโดยอัตโนมัติ ดูบรรทัด “หนึ่งหน่วยบริโภค” ก่อน
4. สีเม็ด — วิตามินซีเสื่อมเมื่อโดนความชื้นและความร้อน ขวดที่เปิดแล้ววางในครัวเมืองไทย เม็ดเปลี่ยนเป็นเหลือง-น้ำตาลก่อนวันหมดอายุได้ เห็นสีเปลี่ยนให้ทิ้ง
ฉลากในรูปคือของที่ผมใช้เอง — ส่วนประกอบเขียน แคลเซียม แอสคอร์เบต 36.2 มก. คูณ 0.83 ได้ราว 30 มก. ตรงกับฝั่งโภชนาการที่เขียน 30% Thai RDI พอดี เลขสองบรรทัดที่ตรงกันคือวิธีเช็กว่าฉลากซื่อสัตย์ ใช้กับขวดอื่นได้ทุกขวด — และมันบอกด้วยว่าของผมให้วิตามินซี 30 ไม่ใช่ 200

คำถามที่พบบ่อย
วิตามินซี คนเป็นไตกินได้ไหม
ได้ แต่คนละเพดาน — คนไตเรื้อรังหรือฟอกไต ตัวเลขวิตามินซีที่ใช้กันคือราว 60–100 มก./วัน ไม่ใช่ 1,000 เพราะไตขับออกซาเลตจากซีส่วนเกินไม่ได้ กินจากผลไม้ที่หมอไตอนุญาต (ระวังโพแทสเซียม) ดีกว่าเม็ด และเลขสุดท้ายต้องมาจากหมอไตของคุณ ไม่ใช่จากหน้านี้
วิตามิน ซี ทาน ทุก วัน อันตราย ไหม
กินทุกวันคือวิธีที่ถูก — วิตามินซีไม่สะสม ต้องเติมทุกวัน ที่อันตรายไม่ใช่ “ทุกวัน” แต่คือ “เกิน 2,000 มก. ทุกวัน” ซึ่งได้ท้องเสีย และถ้าทำเป็นปีในคนที่มีแนวโน้มนิ่ว ได้นิ่ว ที่ 200–500 มก./วัน กินไปทั้งชีวิตได้ ผมกินจากผลไม้บวกวิตามินรวมมาตั้งแต่ปี 2543
โรคหัวใจกินวิตามินซีได้ไหม
ได้ และไม่ต้องหวังมาก — งานวิจัยที่ให้วิตามินซี 500 มก. กับผู้ชายกว่าหมื่นคนราว 8 ปี ไม่พบว่าลดโรคหัวใจ แต่ก็ไม่เพิ่ม ที่ต้องระวังคือเม็ดฟู่ที่มีโซเดียม 224–312 มก. ต่อเม็ด ถ้าจำกัดเกลืออยู่ ใช้เม็ดธรรมดา และถ้ากินวาร์ฟาริน มีรายงานประปรายว่าซีขนาดสูงทำให้ค่า INR ต่ำลง บอกหมอที่ปรับยาว่ากินอยู่กี่ มก.
Vitamin C เด็ก กิน ได้ ไหม
ได้ แต่เด็กต้องการน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก — RDA วิตามินซี อายุ 1–3 ปี 15 มก. · 4–8 ปี 25 มก. · 9–13 ปี 45 มก. (ตัวเลขสหรัฐ ของไทยสูงกว่า — 1–3 ปี 25 มก. · 6–8 ปี 40 มก. · 9–12 ปี 60 มก.) ส้ม 1 ผลเกินทั้งสามกลุ่ม เพดานเด็กเล็ก 400 มก./วัน เม็ดอมของผู้ใหญ่ 500 มก. เม็ดเดียวจึงเกินเพดานเด็ก 3 ขวบแล้ว — ผมไม่เคยแนะนำซีเม็ดให้เด็กที่กินผลไม้ได้เลยสักคน
วิตามินซีกินตอนไหน ก่อนหรือหลังอาหาร กินก่อนนอนได้ไหม
หลังอาหารเช้าและเย็น ถ้าแบ่ง 2 ครั้ง — แสบท้องน้อยกว่า และวิตามินซีช่วยดูดซึมเหล็กจากผักในมื้อนั้น ส่วน “เวลาที่ดูดซึมได้มากกว่า” ไม่มีตัวเลขที่เชื่อถือได้ หลักฐานที่มีคือเรื่องแบ่งครั้ง ไม่ใช่เรื่องเวลา ก่อนนอนกินได้ถ้าเป็นเม็ดธรรมดาหลังข้าวเย็น แต่เม็ดฟู่ตอนดึก ลูกค้าผมหลายคนนอนไม่หลับ ย้ายมาเช้า
วิตามินซีไม่ควรกินคู่กับอะไร
ในทางปฏิบัติแทบไม่มีอะไรที่ห้ามกินคู่วิตามินซี — “ห้ามกินคู่บี 12” มาจากการทดลองในหลอดทดลองเมื่อห้าสิบปีก่อน ในคนจริงไม่ต้องแยก · ธาตุเหล็ก ตรงกันข้าม ควรกินคู่ เพราะซีเพิ่มการดูดซึมเหล็กจากพืช · ยาคุม ไม่มีผลที่ต้องกังวลที่ 200–500 · กาแฟ นม ไม่มีหลักฐานว่าลดการดูดซึม ที่ต้องแยกจริงคือกับการตรวจเลือดแฝงในอุจจาระและเครื่องวัดน้ำตาลติดแขน ในหัวข้อข้างบน
วิตามินซี ยี่ห้อไหนดี
ผมไม่ตอบชื่อยี่ห้อ เพราะผมขายวิตามินรวมอยู่ยี่ห้อหนึ่งและจะไม่เป็นกลาง แต่วิตามินซีเป็นสารตัวเดียวกันทุกยี่ห้อ — ที่ต่างคือ มก. ต่อเม็ด (เลือก 500 ที่หักครึ่งได้) รูปแบบ (ascorbic acid ถูกสุด buffered ถ้าแสบท้อง) และราคาต่อ มก. ซึ่งต่างได้ 5 เท่าระหว่างเม็ดธรรมดากับเม็ดฟู่ ก่อนหยิบขวดไหน คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนคือ วันนี้กินผลไม้ไปกี่ผลแล้ว?
ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ
พิมพ์คำว่า ซีกิน มา เดี๋ยวผมตอบให้
เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「ซีกิน」ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้
อ้างอิง
- NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin C, Fact Sheet for Health Professionals
- Levine M. et al. 1996 — Vitamin C pharmacokinetics in healthy volunteers, PNAS
- Hemilä H., Chalker E. 2013 — Vitamin C for preventing and treating the common cold, Cochrane Database of Systematic Reviews
- Thomas LDK et al. 2013 — Ascorbic acid supplements and kidney stone incidence among men, JAMA Internal Medicine
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ฉลากโภชนาการ (Thai RDI) — สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
- ฉลากของวิตามินรวมที่ใช้ถ่ายภาพในหน้านี้
- ประสบการณ์ตรงจากลูกค้าตั้งแต่ปี 2543 — ระบุไว้ทุกจุดที่เป็นข้อสังเกตของผมเอง