แมกนีเซียม กินตอนไหน กินวันละเท่าไหร่
กินพร้อมมื้ออาหาร มื้อไหนก็ได้ แต่ให้เป็นเวลาเดิมทุกวัน ถ้าหวังเรื่องการนอนก็ย้ายไปมื้อเย็น ขนาดดูจากแมกนีเซียมธาตุ ไม่ใช่เลขตัวใหญ่บนขวด คนไทยกินจากอาหารได้ 156–191 มก./วัน ขาดไปราว 100–130 มก. และจากอาหารเสริมรวมกันต้องไม่เกิน 350 มก./วัน ถ้ากินยาปฏิชีวนะ ciprofloxacin ให้กินแมกนีเซียมก่อนยา 6 ชม. หรือหลังยา 2 ชม.
แมกนีเซียม กินตอนไหน กินวันละเท่าไหร่ คืออะไร
แมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายผู้ใหญ่มีอยู่ราว 25 กรัม 50–60% อยู่ในกระดูก อีก 40–50% อยู่ในเซลล์ของเนื้อเยื่อ ส่วนที่อยู่นอกเซลล์ รวมทั้งในเลือด มีแค่ราว 1% ตัวเลขนี้อธิบายเรื่องที่คนงงบ่อยได้ คือเจาะเลือดดูแมกนีเซียมแล้วค่าปกติ ไม่ได้แปลว่าในตัวมีพอ
หน้าที่ของมันคือเป็นตัวช่วยของเอนไซม์จำนวนมาก ทั้งการหดคลายของกล้ามเนื้อ จังหวะหัวใจ และการสร้างโปรตีน ถ้าขาดจริง อาการจะออกทางประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น ตะคริวบ่อย มือเท้าสั่น อ่อนแรง แต่เอกสาร DRI ไทยเขียนไว้ว่าคนที่กินอาหารครบ 5 หมู่มักไม่ขาดถึงขั้นมีอาการ คนที่ขาดชัด ๆ คือผู้ป่วยเรื้อรัง คนดื่มเหล้าประจำ และคนที่กินยาบางกลุ่ม
ทีนี้ ทำไมหน้านี้พูดเรื่อง "กินวันละเท่าไหร่" คู่กับ "ตอนไหน" ก็เพราะแมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุไม่กี่ตัวที่เพดานคิดแยกตามแหล่ง แมกนีเซียมจากอาหารยังไม่มีรายงานว่าเกินจนเป็นอันตราย ไตขับส่วนเกินทิ้งได้ แต่แมกนีเซียมจากเม็ด ผง และยาลดกรดในลำไส้จะดึงน้ำเข้ามาจนท้องเสีย เพดาน 350 มก./วัน จึงนับเฉพาะส่วนนี้ ไม่นับข้าวกับถั่วที่คุณกิน
เรื่องเวลา เท่าที่ผมค้นใน PubMed เดือนกันยายน 2569 ยังไม่เจองานวิจัยในคนทั่วไปที่สุ่มเทียบกินตอนเช้ากับกินก่อนนอนตรง ๆ สิ่งที่มีหลักฐานคือกินพร้อมอาหารช่วยลดท้องเสีย กับเรื่องต้องห่างจากยาบางตัว ซึ่งสำคัญกว่าเช้าหรือเย็นมาก
กินเพื่ออะไร ตอนไหน ขนาดเท่าไหร่ และหลักฐานว่าอะไร
| กินเพื่อ | กินตอนไหน | ขนาด (มก. แมกนีเซียมธาตุ) | หลักฐานบอกว่า | ห่างจากอะไร |
|---|---|---|---|---|
| เติมส่วนที่อาหารให้ไม่พอ | พร้อมมื้อใดก็ได้ เวลาเดิมทุกวัน | 100–130 คือช่องว่างเฉลี่ยของคนไทย | DRI ไทย 2563 ผู้ชาย 280–320 ผู้หญิง 240–260 แต่คนไทยกินได้จริง 191 และ 156 | ยา ciprofloxacin · ยากระดูกพรุน alendronate |
| นอนหลับยาก (ข้อมูลมาจากผู้สูงอายุ) | มื้อเย็น — ไม่มีงานเทียบว่าก่อนนอนดีกว่าตอนเช้า | งานหลักใช้ 500 มก./วัน นาน 8 สัปดาห์ ซึ่งเกินเพดาน 350 ต้องให้หมอดูแล | รวม 3 งาน 151 คน หลับเร็วขึ้นเฉลี่ย 17 นาที เวลานอนรวมไม่ต่างจากยาหลอก หลักฐานคุณภาพต่ำ | ยานอนหลับที่หมอสั่ง ต้องบอกหมอก่อน |
| ตะคริวน่องกลางคืน (อายุ 60+) | — | — | Cochrane 2020 รวม 11 งาน 735 คน ลดตะคริวไม่ต่างจากยาหลอก (−0.18 ครั้ง/สัปดาห์ ที่ 4 สัปดาห์) | — |
| ป้องกันไมเกรน | ตามที่หมอกำหนด | หมอเป็นคนกำหนด บทคัดย่อ guideline ไม่ได้ระบุขนาด | guideline ประสาทวิทยาสหรัฐ 2012 จัดเป็น น่าจะได้ผล (ระดับ B) | ยาไมเกรนที่กินอยู่ ถามเภสัชกร |
| ป้องกันนิ่วแคลเซียมออกซาเลตซ้ำ | พร้อมอาหาร ไม่ใช่ท้องว่าง | ตามที่หมอไตสั่ง | งานนำร่อง 8 คน พร้อมอาหารแมกนีเซียมออกทางปัสสาวะเพิ่ม 33.6 มก./วัน ท้องว่างเพิ่ม 21.8 | — |
| คนกินยาลดกรดกลุ่ม PPI ทุกวันเป็นเดือน | อย่าเริ่มเอง ให้หมอเจาะดูค่าก่อน | — | รวม 9 งาน ราว 110,000 คน เสี่ยงแมกนีเซียมในเลือดต่ำเพิ่ม 1.43 เท่า | — |
ขนาดทุกช่องคือ แมกนีเซียมธาตุ ไม่ใช่น้ำหนักเกลือบนฉลาก · แถวที่ขึ้นขีด (—) คือไม่มีข้อมูลพอให้ใส่ตัวเลข ผมไม่เติมเอง · ที่มาอยู่ท้ายหน้าทุกแถว ไม่มีแถวไหนมาจากประสบการณ์ลูกค้า
ขวดเขียน "แมกนีเซียมไกลซิเนต 1,000 มก." ได้แมกนีเซียมจริงกี่ มก.
ตัวเลขใหญ่บนขวดแมกนีเซียมส่วนมากคือน้ำหนักของสารประกอบทั้งก้อน คือแมกนีเซียมที่จับอยู่กับไกลซีนหรือซิเตรต ไม่ใช่แมกนีเซียมล้วน ผมคิดจากมวลโมเลกุลให้ดูทีละบรรทัด แล้ววางเทียบกับช่องว่างของคนไทยและเพดาน 350 มก. ไม่มีหน้าไหนในหน้า 1 ของ Google คิดให้ดู
ใครไม่ต้องซื้อแมกนีเซียมเสริม
- คนที่จะซื้อเพื่อแก้ตะคริวน่องตอนกลางคืน อายุ 60 ขึ้นไป — เรื่องนี้มีงานวิจัยครบที่สุดแล้ว Cochrane 2020 รวม 11 งาน ในกลุ่มตะคริวไม่ทราบสาเหตุของผู้สูงอายุ ตะคริวลดลง −0.18 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่ต่างจากยาหลอก และคนกินแมกนีเซียมท้องเสียมากกว่า ตะคริวบ่อยจนนอนไม่ได้ควรให้หมอตรวจเกลือแร่และยาที่กินอยู่ ไม่ต้องเริ่มจากขวดแมกนีเซียม
- คนที่เป็นโรคไต หรือหมอเคยบอกว่าไตเสื่อม — ไตคือทางออกทางเดียวของแมกนีเซียมส่วนเกิน DRI ไทยเขียนว่าภาวะแมกนีเซียมในเลือดสูงพบในผู้ป่วยไตวายที่ได้ยาลดกรดผสมแมกนีเซียม อาการคือความดันต่ำ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจแผ่ว กลุ่มนี้ห้ามเริ่มเองจากหน้านี้ ต้องให้หมอไตเป็นคนตัดสิน รวมถึงยาระบายและยาลดกรดที่มีแมกนีเซียมด้วย
- คนที่กินถั่ว เมล็ดพืช หรือข้าวกล้องทุกวันอยู่แล้ว — ช่องว่างเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ราว 100–130 มก. เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะ (≈ 59 มก.) กับอัลมอนด์ 1 กำมือ (≈ 76 มก.) รวมกัน ≈ 135 มก. ปิดได้ทั้งหมด และแมกนีเซียมจากอาหารไม่มีเพดาน ไม่ทำให้ท้องเสียแบบเม็ด
- คนที่กินวิตามินรวม ยาลดกรด หรือยาระบายที่มีแมกนีเซียมอยู่แล้ว — เพดาน 350 มก. นับทุกแหล่งที่ไม่ใช่อาหารรวมกัน ถ้ามีวิตามินรวม 100 มก. ยาลดกรดแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ และซื้อไกลซิเนตมาเพิ่มอีก 200 มก. ก็เกินได้โดยไม่รู้ตัว พลิกฉลากทุกขวดที่กินอยู่แล้วบวกเลขดูก่อนซื้อขวดใหม่ [ตรวจสอบ] (รอเจ้าของยืนยันว่าสินค้าที่ผมขายมีแมกนีเซียมกี่ มก. ต่อหน่วยบริโภค)
สัปดาห์ที่ 1–12 หลังเริ่มกินแมกนีเซียม จะเจออะไร
ทุกหน้าในหน้า 1 ที่ผมเปิดอ่านเขียนผลข้างเคียงเป็นรายการ ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องร่วง แล้วจบด้วย "ควรปรึกษาแพทย์" ไม่มีหน้าไหนบอกว่าอาการไหนมาเมื่อไหร่ และผลที่หวังไว้ต้องรอกี่สัปดาห์ ตารางนี้เรียงตามงานวิจัยที่อ้างท้ายหน้า
| ช่วง | คุณจะรู้สึกอะไร | อันนี้ปกติ | อันนี้ให้หยุด | คนเลิกตรงนี้เพราะ |
|---|---|---|---|---|
| วันที่ 1–3 | ถ่ายนิ่มขึ้น หรือท้องเสีย | ปกติถ่ายนิ่มขึ้นวันละ 1–2 ครั้ง ไม่ปวดบิด — ท้องเสียเป็นอาการแรกของแมกนีเซียมจากอาหารเสริม งานที่ IOM ใช้ตั้งเพดานพบท้องเสียเริ่มที่ราว 360 มก./วัน | หยุดถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง ปวดบิด หรืออาเจียน — หยุดก่อน หายแล้วกลับมาเริ่มที่ครึ่งขนาดพร้อมมื้ออาหาร | คิดว่าแพ้ ทั้งที่เป็นฤทธิ์ดึงน้ำในลำไส้ซึ่งขึ้นกับขนาด |
| สัปดาห์ 1–2 | ยังไม่รู้สึกว่าหลับง่ายขึ้นเลย | ปกติปกติ — งานหลักเรื่องการนอนวัดผลที่สัปดาห์ 8 ไม่ใช่คืนแรก | — | คาดว่าจะเหมือนยานอนหลับ กินคืนแรกแล้วง่วง |
| สัปดาห์ 4 | ตะคริวน่องกลางคืนยังมาเท่าเดิม | ปกติตรงกับงานวิจัย — ที่ 4 สัปดาห์ ผู้สูงอายุที่กินแมกนีเซียมเป็นตะคริวไม่ต่างจากยาหลอก | หยุดตะคริวบ่อยขึ้น ร่วมกับอ่อนแรง ใจสั่น หรือกินยาขับปัสสาวะอยู่ — ไปเจาะเลือดดูเกลือแร่ | เลิกตรงนี้ถูกแล้ว ไม่ต้องรู้สึกว่ากินไม่นานพอ |
| สัปดาห์ 3–8 | เข้านอนแล้วหลับเร็วขึ้นเล็กน้อย | ปกติผลเฉลี่ยในผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับคือหลับเร็วขึ้นราว 17 นาที เวลานอนรวมไม่ต่างจากยาหลอกชัด | หยุดยังนอนไม่หลับเกือบทุกคืนนานเกิน 3 เดือน หรือกรนหยุดหายใจ — นั่นต้องหาสาเหตุกับหมอ ไม่ใช่เพิ่มขนาด | ผลจริงแค่ราว 17 นาที เลยรู้สึกว่าไม่ต่าง |
| เดือน 3 ขึ้นไป | ไม่รู้สึกอะไร | ปกติถ้ากินเพื่อเติมส่วนที่ขาด ร่างกายจะไม่ส่งสัญญาณว่าพอแล้ว ถ้าเปลี่ยนอาหารได้ หยุดเม็ดแล้วไปเพิ่มถั่วกับเมล็ดพืชแทนได้เลย | หยุดอ่อนแรง ง่วงซึม หน้ามืด ใจเต้นช้า โดยเฉพาะคนที่ไตไม่ดีหรือกินยาลดกรดผสมแมกนีเซียมด้วย — ไปโรงพยาบาล | ไม่รู้สึกอะไรเลยเลิก ซึ่งสำหรับแมกนีเซียมคือเรื่องปกติ |
ช่วงเวลาในตารางนี้มาจากงานวิจัยที่อ้างท้ายหน้า (IOM 1997 · Abbasi 2012 · Mah & Pitre 2021 · Cochrane 2020) ไม่ใช่ค่าที่ผมจดจากลูกค้า ช่อง “คนส่วนใหญ่เลิกตรงนี้เพราะ” เขียนจากสิ่งที่งานวิจัยวัดได้ ข้อสังเกตจากลูกค้าของผมเองยังไม่ได้ใส่ [ตรวจสอบ]
ถ้ากินแล้วท้องเสีย กินเกิน หรือกินพร้อมยาไปแล้ว ทำยังไง
ทุกเว็บจบหัวข้อนี้ด้วย "ควรปรึกษาแพทย์" แต่คนที่ท้องเสียตอนห้าทุ่มหลังกินเม็ดแมกนีเซียมไปสองเม็ด อยากรู้ว่าคืนนี้ต้องทำอะไร ผมเรียงตามสถานการณ์ไว้ให้
ท้องเสียหลังกิน — คืนนี้หยุดเม็ดถัดไป ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ชดเชย ท้องเสียจากแมกนีเซียมเกิดจากเกลือแมกนีเซียมดึงน้ำเข้าลำไส้ พอหยุดก็มักดีขึ้นเอง ถ้าหายแล้วอยากกินต่อ ให้เริ่มใหม่ที่ ครึ่งขนาด กินพร้อมมื้ออาหาร เพราะอาหารช่วยลดฤทธิ์ดึงน้ำ (IOM 1997) เรื่องเปลี่ยนรูปแบบเพื่อแก้ท้องเสีย IOM เขียนว่ายังไม่รู้ว่าเกลือแมกนีเซียมแต่ละรูปทำให้ท้องเสียต่างกันไหม ผมจึงไม่แนะนำให้แก้ด้วยการซื้อขวดใหม่ก่อนลดขนาด
เผลอกินเกิน 350 มก. ในวันเดียว — เช่นกินสองขวดคนละยี่ห้อ หรือกินแล้วลืมว่ากินไปแล้ว ถ้าไตปกติ ร่างกายขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ อาการที่มักเจอคือท้องเสีย ให้หยุดเม็ดวันถัดไป 1 วัน ไม่ต้องกินอะไรไปแก้ แต่ถ้าเป็นโรคไต หรือเด็กเล็กหยิบกินไปหลายเม็ด ให้ไปโรงพยาบาลเลย ไม่ต้องรอดูอาการ
ลืมกินเมื่อวาน — ข้ามไป ไม่ต้องกินเบิ้ลวันนี้ การกินสองเท่าในวันเดียวคือทางลัดไปหาท้องเสีย และแมกนีเซียมไม่ใช่สารที่ขาดวันเดียวแล้วเสียผล
กินพร้อม ciprofloxacin ไปแล้ว — มื้อนั้นยาอาจดูดซึมได้น้อยลง อย่ากินยาซ้ำเอง โทรถามเภสัชกรร้านที่จ่ายยา แล้วมื้อต่อไปให้กินแมกนีเซียมก่อนยา 6 ชม. หรือหลังยา 2 ชม. ตามข้อมูลยาของหอสมุดแพทย์สหรัฐ ถ้ากินยากระดูกพรุน alendronate ตอนเช้า ให้ย้ายแมกนีเซียมไปมื้อเย็นเลย ยานี้ห้ามกินวิตามินหรือยาลดกรดตามอย่างน้อย 30 นาที
ไปโรงพยาบาลวันนั้น ไม่ต้องรอ — อ่อนแรงจนลุกยาก · หายใจช้าหรือแผ่ว · หน้ามืดเป็นลม · ใจเต้นช้าผิดปกติ · ถ่ายเหลวจนปัสสาวะน้อย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคไตหรือกินยาลดกรดผสมแมกนีเซียมทุกวัน
หน้า 1 ของ Google บอกเรื่องแมกนีเซียมไว้ขัดกันเอง
ผมเปิดอ่านหน้าที่ติดอันดับคำว่า "แมกนีเซียม กินตอนไหน" ทีละหน้า ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นหน้าเรื่องเวลากิน แต่เป็นหน้ารวม "แมกนีเซียมช่วยอะไร" ที่มีหัวข้อเวลากินอยู่ย่อหน้าเดียว และตัวเลขที่ใช้ปนกันอยู่ 3 ชุด คือ DRI ไทย, RDA สหรัฐ และเพดานอาหารเสริม ซึ่งไม่ใช่เลขเดียวกัน
| ใครพูด | เขาขายอะไร | เขาบอกว่า | ความจริงคือ |
|---|---|---|---|
| พอร์ทัลข่าวใหญ่ (บทความเวลากิน + รีวิว 7 ยี่ห้อ) | ไม่มีสินค้าของตัวเองในหน้านี้ แต่จัดรายการ 7 ยี่ห้อ | ไม่ควรกินแมกนีเซียมพร้อมธาตุเหล็กและแคลเซียม · เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน | DRI ไทย 2563 เขียนว่าแคลเซียมกับแมกนีเซียมในอาหาร ไม่มีผลต่อการดูดซึมของกันและกัน ส่วนคนท้อง DRI ไทยให้เพิ่มอีก 30 มก./วัน และเพดานอาหารเสริมคือ 350 มก. เท่ากับผู้ใหญ่ ข้อห้ามแบบเหมารวมไม่ตรงกับเอกสารทั้งสองฉบับ ถ้าตั้งครรภ์ให้ถามหมอฝากครรภ์ก่อนเริ่มอาหารเสริมทุกตัว |
| แพลตฟอร์มข้อมูลและบริการสุขภาพ | ไม่มีสินค้าแมกนีเซียมในหน้านี้ | ปริมาณแมกนีเซียมที่น้อยกว่า 350 มก./วัน (310–420 มก.) จัดว่าปลอดภัย | เอาเลขสองชุดมาไว้ในวงเล็บเดียวกัน 350 คือเพดานของแมกนีเซียมจากอาหารเสริม ไม่นับอาหาร ส่วน 310–420 คือปริมาณที่แนะนำของสหรัฐรวมอาหาร คนที่อ่านแล้วกินเม็ด 400 มก. เพราะเข้าใจว่าอยู่ในช่วงปลอดภัย จะเกินเพดานไปแล้ว |
| บล็อกของเว็บด้านผิวพรรณ | ไม่มีสินค้าแมกนีเซียมในหน้านี้ | ร่างกายควรได้รับแมกนีเซียมประมาณ 350 มก./วัน | DRI ไทยสำหรับผู้ใหญ่คือ 240–320 มก. รวมอาหาร และ 350 คือเลขเพดานอาหารเสริม ถ้าคนไทยที่กินจากอาหารได้ 156–191 มก. อ่านแล้วซื้อเม็ด 350 มก. มากินเพิ่ม จะได้รวมเกิน DRI ไปราว 220–250 มก. ทุกวัน และใช้เพดานไปเต็ม |
| เว็บของแบรนด์อาหารเสริม | อาหารเสริมหลายสูตร | ผู้ใหญ่ต้องการ 310–420 มก. รวมอาหาร และจากอาหารเสริมไม่ควรเกิน 350 มก./วัน กินพร้อมหรือหลังอาหาร | หน้านี้แยกเลขถูก — ตรงกับ IOM ที่ใช้ตั้งค่าสหรัฐ ผมใส่ไว้เพื่อให้เห็นว่าการขายของไม่ได้แปลว่าข้อมูลผิดเสมอ ที่ขาดไปคือไม่ได้คิดให้ดูว่าเลขบนขวดแปลงเป็นแมกนีเซียมธาตุได้เท่าไหร่ |
| AI Overview ของ Google บนคำนี้ | ไม่ขาย | หลีกเลี่ยงคาเฟอีน เพราะจะขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุ | DRI ไทย 2563 และ IOM 1997 ที่ผมอ่านทั้งบท ระบุตัวที่ลดการดูดซึมแมกนีเซียมว่าคือ ไฟเตต ฟอสฟอรัสสูง กากใยสูงมาก และโปรตีนต่ำกว่า 30 ก./วัน ไม่ได้ระบุกาแฟ ส่วนที่ต้องห่างจริงจังคือยาบางตัว ซึ่งกล่องสรุปนี้ไม่ได้พูดถึง |
ผมไม่ได้ขายแมกนีเซียมไกลซิเนต ซิเตรต หรือออกไซด์แบบเม็ดเดี่ยวที่หน้าเหล่านี้พูดถึง ผมอ้างเอกสารที่เปิดอ่านได้ทุกฉบับไว้ท้ายหน้า ตรวจเองได้ทุกบรรทัด
อ่านฉลากยังไง — เลขไหนคือแมกนีเซียมจริง
ขวดแมกนีเซียมมีวิธีเขียนเลขอยู่ 2 แบบ แบบหนึ่งคือน้ำหนักสารประกอบ เช่น "Magnesium bisglycinate 1,000 mg" อีกแบบคือน้ำหนักธาตุ เช่น "Magnesium (as bisglycinate) 200 mg" หรือ "แมกนีเซียม 200 มก. (จากแมกนีเซียมไกลซิเนต)" ถ้ามีคำว่า as หรือ จาก กับวงเล็บ ส่วนใหญ่เลขนั้นคือธาตุแล้ว ให้ดู 3 อย่าง
1. รูปของแมกนีเซียม กับสัดส่วนธาตุจริง (คิดจากมวลโมเลกุล) — Magnesium oxide ≈ 60% · Magnesium citrate แบบไตรแมกนีเซียมซิเตรตไม่มีน้ำ ≈ 16% · Magnesium bisglycinate / glycinate ≈ 14% · Magnesium chloride hexahydrate ≈ 12% เพราะฉะนั้นออกไซด์ 500 มก. ให้ธาตุ ≈ 300 มก. แต่ไกลซิเนต 500 มก. ให้แค่ ≈ 70 มก. ถ้าส่วนประกอบเขียนทั้ง glycinate และ oxide แปลว่าเป็นสูตรผสม ต้องใช้เลขธาตุรวมที่ฉลากบอก
2. ธาตุเยอะไม่ได้แปลว่าร่างกายได้เยอะ — งานของ Lindberg 1990 พบว่าออกไซด์แทบไม่ละลายในน้ำ และละลายได้แค่ 43% แม้ในกรดระดับสูงสุดของกระเพาะ ขณะที่ซิเตรตละลายได้ 55% แม้ในน้ำเปล่า และแมกนีเซียมในปัสสาวะหลังกินซิเตรตขึ้นมากกว่าชัดเจน ออกไซด์จึงราคาถูกต่อ มก. แต่คุ้มน้อยกว่าที่ตัวเลขบอก
3. ต่อ "หน่วยบริโภค" กี่เม็ด และบวกทุกขวด — ฉลากหลายยี่ห้อเขียนต่อ 2–3 แคปซูล ไม่ใช่ต่อแคปซูล แล้วเอาเลขธาตุไปบวกกับวิตามินรวม ยาลดกรด (magnesium hydroxide) และยาระบายที่กินอยู่ ผลรวมต้องไม่เกิน 350 มก./วัน ส่วนชื่อรูปแบบใหม่ ๆ อย่าง L-threonate หรือ taurate ให้ใช้หลักเดียวกัน คือหาเลขธาตุก่อน แล้วค่อยเทียบราคา
คำถามที่พบบ่อย
แมกนีเซียม กินตอนไหน วันละ กี่ เม็ด
จำนวนเม็ดขึ้นกับว่าเม็ดหนึ่งมีธาตุกี่ มก. คิดง่าย ๆ คือหาเลขแมกนีเซียมธาตุต่อเม็ดก่อน คนไทยทั่วไปขาดราว 100–130 มก. ส่วนใหญ่จึงพอที่ 1 หน่วยบริโภค วันละครั้งพร้อมมื้ออาหาร และรวมทุกขวดต้องไม่เกิน 350 มก. ถ้าเม็ดหนึ่งมีธาตุ 200 มก. กิน 2 เม็ดก็ได้ 400 มก. เกินเพดานแล้ว
แมกนีเซียม ห้ามกินกับอะไร
ที่มีข้อมูลยาชัดเจนมี 2 ตัว คือยาปฏิชีวนะ ciprofloxacin ให้กินแมกนีเซียมก่อนยา 6 ชม. หรือหลังยา 2 ชม. และยากระดูกพรุน alendronate ที่ห้ามกินวิตามินหรือยาลดกรดตามอย่างน้อย 30 นาที ถ้ากินยาลดกรดกลุ่ม PPI ทุกวันมาเป็นเดือน เสี่ยงแมกนีเซียมต่ำเพิ่ม 1.43 เท่า ให้หมอเจาะดูค่า อย่าเริ่มเสริมเอง ยาประจำตัวตัวอื่นให้ถือขวดไปถามเภสัชกร
แมกนีเซียม กินทุกวัน ได้ไหม
ได้ ถ้ารวมจากอาหารเสริมทุกขวดไม่เกิน 350 มก./วัน และไตทำงานปกติ ตัวเลขนี้ตั้งจากงานที่พบท้องเสียเริ่มที่ราว 360 มก./วัน จึงเป็นเพดานของอาการท้องเสีย ไม่ใช่เพดานของพิษ คนที่เป็นโรคไตเป็นข้อยกเว้น ห้ามกินทุกวันเองเพราะขับส่วนเกินออกไม่ได้ ส่วนแมกนีเซียมจากอาหาร กินทุกวันได้ไม่มีเพดาน
แมกนีเซียม กินก่อนนอน ช่วยให้หลับจริงไหม
ช่วยได้น้อยกว่าที่โฆษณาบอก งานรวม 3 ชิ้นในผู้สูงอายุ 151 คน พบว่าหลับเร็วขึ้นเฉลี่ย 17 นาที เวลานอนรวมไม่ต่างจากยาหลอก และผู้วิจัยให้คะแนนคุณภาพหลักฐานว่าต่ำ งานหลักใช้ 500 มก./วันนาน 8 สัปดาห์ ถ้าจะลอง กินมื้อเย็นไม่เกิน 350 มก. แล้วรอให้ครบ 8 สัปดาห์ก่อนตัดสิน
แมกนีเซียม กับ แมกนีเซียม ไกล ซิ เนต ต่าง กัน อย่างไร
แมกนีเซียมคือตัวแร่ธาตุ ไกลซิเนตคือแมกนีเซียมที่จับกับกรดอะมิโนไกลซีน มีธาตุจริงราว 14% ของน้ำหนัก ออกไซด์มีธาตุราว 60% แต่ละลายน้ำได้น้อยมาก ตัวเลขดูดซึมของไกลซิเนตเทียบกับซิเตรตในคน หน้านี้ยังไม่ใส่ เพราะผมยังไม่ได้เปิดอ่านงานที่เทียบตรง ๆ ที่ยืนยันได้คือซิเตรตละลายและดูดซึมดีกว่าออกไซด์ เทียบราคาให้เทียบต่อ มก. ธาตุ
ใครไม่ควรกินแมกนีเซียม
กลุ่มที่ต้องให้หมอตัดสินก่อนมี 3 กลุ่ม คือคนเป็นโรคไต คนกินยา ciprofloxacin หรือ alendronate และเด็ก เพราะเพดานของเด็กต่ำกว่ามาก อายุ 1–3 ปีไม่เกิน 65 มก. อายุ 4–8 ปีไม่เกิน 110 มก. ส่วนคนท้อง DRI ไทยให้เพิ่มแค่ 30 มก./วัน ซึ่งปิดได้ด้วยกล้วย 1 ลูก ถามหมอฝากครรภ์ก่อนเริ่มเม็ด
แมกนีเซียม ห้ามกินกับ วิตามิน อะไร
อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีอะไรบ้าง
ต่อจานที่กินจริง: เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะ ≈ 59 มก. · มะม่วงหิมพานต์ 1 กำมือ ≈ 82 · อัลมอนด์ 1 กำมือ ≈ 76 · ผักโขมต้ม 100 ก. ≈ 87 · เต้าหู้แข็งครึ่งก้อน ≈ 64 · ข้าวกล้องสุก 1 จาน ≈ 59 · กล้วย 1 ลูก 34 · นม 1 กล่อง 33 ไข่ 1 ฟองมีแค่ 5 มก. เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องมื้อเดียวกับถั่ว 1 กำมือ ก็ปิดช่องว่างราว 100 มก. ได้แล้ว
ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ
พิมพ์คำว่า แมกนีเซียม มา เดี๋ยวผมตอบให้
เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「แมกนีเซียม」ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้
อ้างอิง
- ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย พ.ศ. 2563 — บทแมกนีเซียม หน้า 283–287 (ตารางที่ 1 · ปริมาณสูงสุดที่รับได้) สำนักโภชนาการ กรมอนามัย
- Institute of Medicine (1997) — Dietary Reference Intakes for Calcium, Phosphorus, Magnesium, Vitamin D, and Fluoride บทที่ 6 Magnesium (RDA · UL 350 มก. จากแหล่งที่ไม่ใช่อาหาร · LOAEL 360 มก.)
- Mah J, Pitre T. Oral magnesium supplementation for insomnia in older adults: a Systematic Review & Meta-Analysis. BMC Complement Med Ther 2021;21:125
- Abbasi B et al. The effect of magnesium supplementation on primary insomnia in elderly: a double-blind placebo-controlled clinical trial. J Res Med Sci 2012;17(12):1161–9
- Garrison SR et al. Magnesium for skeletal muscle cramps. Cochrane Database Syst Rev 2020;9:CD009402
- Lindberg JS et al. Magnesium bioavailability from magnesium citrate and magnesium oxide. J Am Coll Nutr 1990;9(1):48–55
- Holland S et al. Evidence-based guideline update: NSAIDs and other complementary treatments for episodic migraine prevention in adults (AAN/AHS). Neurology 2012;78(17):1346–53
- Sharbaugh AJ et al. Timing of magnesium supplementation in patients with nephrolithiasis: a randomized controlled trial. Clin Nephrol 2025;103(5):312–7
- Cheungpasitporn W et al. Proton pump inhibitors linked to hypomagnesemia: a systematic review and meta-analysis of observational studies. Ren Fail 2015;37(7):1237–41
- MedlinePlus Drug Information — Ciprofloxacin (ระยะห่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีแมกนีเซียม)
- MedlinePlus Drug Information — Alendronate (ห้ามกินวิตามินหรือยาลดกรดตามอย่างน้อย 30 นาที)
- USDA FoodData Central (SR Legacy) — ค่าแมกนีเซียมต่อ 100 ก. ของเมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ มะม่วงหิมพานต์ ข้าวกล้องสุก เต้าหู้แข็ง ผักโขมต้ม (น้ำหนักต่อจานในหน้านี้เป็นค่าประมาณของผม)
- สัดส่วนแมกนีเซียมธาตุในเกลือแต่ละรูป คำนวณจากมวลอะตอมมาตรฐาน (Mg 24.305) หารด้วยมวลโมเลกุลของสารประกอบ