AHA BHA คือ อะไร ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหนกับผิวแบบไหน
AHA คือกลุ่มกรดผลไม้ (ไกลโคลิก แลกติก แมนเดลิก) ที่ละลายในน้ำ ทำงานที่ผิวชั้นบน — ใช้กับผิวหมอง หยาบ รอยดำ ที่ 5–10% BHA คือกรดซาลิไซลิก ที่ละลายในน้ำมัน จึงลงถึงก้นรูขุมขน — ใช้กับหัวดำ สิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง ที่ 0.5–2% ต่างกันตรงที่ปัญหาอยู่บนผิว (AHA) หรือในรูขุมขน (BHA) จึงเลือกจากปัญหา ไม่ใช่สภาพผิว เริ่ม 2 คืนต่อสัปดาห์ ทั้งคู่ และถ้าสิวขึ้นวันที่ 10–21 ในจุดเดิม นั่นคือดัน — ถ้าเลยสัปดาห์ที่ 3 ยังไต่ขึ้น หรือขึ้นจุดใหม่ ให้หยุด
AHA BHA คืออะไร
AHA คือ อะไร ช่วยอะไร
AHA (Alpha Hydroxy Acid) หรือกรดผลไม้ เป็นชื่อกลุ่ม ตัวที่เจอบ่อยคือไกลโคลิก (โมเลกุลเล็กสุด ลงลึกสุด แรงสุด) แลกติก (อ่อนกว่า และอุ้มน้ำ) และแมนเดลิก (โมเลกุลใหญ่ ซึมช้า เหมาะกับคนที่เป็นรอยดำง่าย) AHA ทั้งหมดละลายในน้ำ ทำงานที่ผิวชั้นบนสุด — คลาย “กาว” ที่ยึดเซลล์ตายไว้ งานของ AHA คือ “ข้างนอก” — ผิวหมอง หยาบ รอยดำจากสิว ริ้วรอยตื้น ส่วน PHA (กลูโคโนแลกโตน · แลกโตไบโอนิก) โมเลกุลใหญ่กว่านั้นอีก ซึมแทบไม่ลง จึงระคายเคืองน้อยมาก — และเป็นตัวที่อยู่ในโทนเนอร์ “5 กรด” มากกว่าที่ฉลากทำให้คิด
BHA คือ อะไร ช่วยอะไร
BHA (Beta Hydroxy Acid) ที่อยู่ในสกินแคร์มีตัวเดียวคือกรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ญาติของแอสไพริน กรดซาลิไซลิกละลายในน้ำมัน จึงเป็นกรดผลัดผิวตัวเดียวที่เดินลงไปในรูขุมขนได้ ไปละลายไขมันที่จับตัวอุดอยู่ และมีฤทธิ์ลดการอักเสบเล็กน้อยติดมาด้วย งานของ BHA คือ “ข้างใน” — หัวดำ หัวขาว สิวอุดตันที่คลำเจอเป็นเม็ดใต้ผิว
AHA กับ BHA ต่างกันยังไง เลือกตัวไหน
หน้า 1 ทุกหน้า (ที่ผมเปิดอ่านเมื่อ ก.ย. 2569) แบ่ง AHA กับ BHA ด้วยสภาพผิว — ผิวมันใช้ BHA ผิวแห้งใช้ AHA ผมเจอมาว่าไม่ใช่ คนผิวมันที่หมองและหยาบต้องการ AHA คนผิวแห้งที่มีหัวขาวรอบคางต้องการ BHA ถามว่าปัญหาอยู่ในรูขุมขน หรืออยู่บนผิว แล้วคุณจะเลือกได้ใน 30 วินาที
AHA กับ BHA (และ PHA) ต่างกันตรงไหน — เทียบ 8 หัวข้อ
| หัวข้อ | AHA | BHA | PHA |
|---|---|---|---|
| ละลายใน | น้ำ | น้ำมัน | น้ำ |
| ทำงานที่ | ผิวชั้นบน — คลายกาวระหว่างเซลล์ตาย | ในรูขุมขน — ละลายไขมันที่อุดตัน | ผิวชั้นบนสุด ตื้นกว่า AHA |
| ชื่อบนฉลาก (INCI) | Glycolic · Lactic · Mandelic Acid | Salicylic Acid (มีตัวเดียว) | Gluconolactone · Lactobionic Acid |
| % ที่ใช้ได้ผลในของทาแล้วไม่ล้าง | 5–10% — เพดานไทย 10% และ pH ไม่ต่ำกว่า 3.5 | 0.5–2% — เพดานของทาทิ้งไว้ 2% | 3–10% — ผมยังไม่เจอตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าเท่าไหร่ถึงพอ |
| ปัญหาที่ใช้แล้วเห็นต่าง | หมอง · หยาบ · รอยดำจากสิว · ริ้วรอยตื้น | หัวดำ · หัวขาว · สิวอุดตัน · รูขุมขนกว้าง · สิวหลัง | ผิวแพ้ง่ายที่อยากเริ่มผลัดผิว |
| ความถี่เริ่มต้น | 2 คืนต่อสัปดาห์ | 2 คืนต่อสัปดาห์ ทาทั้งหน้า ไม่แต้มเฉพาะจุด | ทุกคืนได้ตั้งแต่แรกในคนส่วนใหญ่ |
| ไวแดดขึ้นไหม | ใช่ ชัด — กันแดดคือข้อบังคับ | ใช่ แต่น้อยกว่า AHA | น้อยมาก |
| ข้อห้ามเฉพาะตัว | — | แพ้แอสไพริน · ท้อง-ให้นม (ถามหมอก่อน) | — |
ตัวเลข AHA / BHA / PHA จากเอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ ข้อกำหนดของ อย. และสิ่งที่ผมเห็นในลูกค้าที่เริ่มใช้กรดผลัดผิวตั้งแต่ปี 2543 — ช่วงเวลาที่จะเห็นผลอยู่ในตารางสัปดาห์ด้านล่าง
“BHA ดันสิวกี่เดือน” — คิดจากรอบผลัดเซลล์ ไม่ต้องเดา
ระยะที่ BHA ดันสิวคิดได้จากตัวเลขเดียว — รอบผลัดเซลล์ผิว หน้า 1 (ที่ผมเปิดอ่านเมื่อ ก.ย. 2569) ตอบว่า “1–2 เดือน” แล้วจบ ไม่บอกว่าเลขมาจากไหน และไม่บอกว่าถ้าเลยไปแล้วสิวยังขึ้นอยู่แปลว่าอะไร
ใครไม่ต้องซื้อ AHA / BHA
- คนที่ยังไม่ทากันแดดทุกวัน — กรดผลัดผิว AHA / BHA ทำให้ผิวไวแดดขึ้น ผลัดแล้วไม่กันแดดคือได้รอยดำเพิ่ม — ซื้อกันแดดก่อน ทาให้ครบ 2 สัปดาห์ค่อยกลับมาอ่านหน้านี้
- คนที่แพ้แอสไพริน (เคยมีผื่น ลมพิษ หอบ หรือหน้าบวมหลังกิน) — BHA คือญาติของแอสไพริน ข้ามไปเลยไม่ต้องลอง ผิวชั้นบนใช้ AHA หรือ PHA แทน สิวอุดตันให้ไปทางเรตินอล
- คนท้องหรือให้นม — หมอส่วนใหญ่ให้เลี่ยง BHA ที่ทาทั้งหน้าทุกคืน อันนี้ผมไม่ตอบแทนหมอที่ฝากครรภ์ — ถามก่อน กรดผลัดผิวรอได้อีก 9 เดือน
- คนที่หน้ากำลังแดง แสบ ลอกอยู่แล้วจากเรตินอลหรือกรดตัวอื่น — ไม่ต้องซื้อ AHA หรือ BHA เพิ่มอีกตัว ปัญหาของคุณคือผลัดเกิน ไม่ใช่ผลัดไม่พอ ข้ามไปหัวข้อ “ถ้าผลัดผิวเกินไปแล้ว”
- คนที่เป็นสิวอักเสบตุ่มแดงเจ็บทั่วหน้า ไม่ใช่สิวอุดตัน — BHA ช่วยได้เล็กน้อยที่ขอบ ๆ ไม่ใช่ตัวหลัก นี่คือเรื่องของหมอผิวหนัง — และของที่ผมใช้เองซึ่งมีกรดผลัดผิวอยู่ ก็ไม่ใช่คำตอบของคุณเช่นกัน
- คนที่ใช้โทนเนอร์ “5 กรด” อยู่แล้วและผิวดีอยู่ — ไม่ต้องอัปเป็น BHA 2% ของที่ใช้อยู่ส่วนใหญ่เป็น PHA ซึ่งพอดีกับผิวคุณแล้ว เพิ่มความแรงตอนไม่มีปัญหา คือวิธีสร้างปัญหา
สัปดาห์ที่ 1–12 จะเกิดอะไรขึ้น
หน้า 1 ทุกหน้า (ที่ผมเปิดอ่านเมื่อ ก.ย. 2569) หยุดที่ “เริ่มน้อย ๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ทากันแดด” แล้วกระโดดไปรายการสินค้า นี่คือส่วนที่หายไป — 12 สัปดาห์แรกที่ AHA หรือ BHA อยู่บนหน้าคุณ
| ช่วง | คุณจะรู้สึกอะไร | อันนี้ปกติ | อันนี้ให้หยุด | คนเลิกตรงนี้เพราะ |
|---|---|---|---|---|
| คืนแรก – วันที่ 2 | ซ่าหรือแสบเบา ๆ 1–3 นาทีตอนทา (AHA ชัดกว่า) | ปกติหายก่อนทามอยส์เจอไรเซอร์เสร็จ | หยุดแสบจนน้ำตาไหล หรือแดงเป็นปื้นเกิน 30 นาที | คิดว่าแรงไป |
| วันที่ 3–5 | ตึง แห้ง รองพื้นเกาะเป็นขุย | ปกติตึงเฉพาะหลังล้างหน้า ทามอยส์เจอไรเซอร์แล้วหาย | หยุดตึงทั้งวัน แสบเวลาเหงื่อออก | — |
| วันที่ 5–10 | ลอกที่ร่องข้างจมูก คาง รอบปาก | ปกติขุยบาง ไม่ใช่แผ่น ไม่คัน | หยุดลอกที่แก้มก่อน หรือคันบวมร่วมด้วย | ตกใจว่าหน้าพัง |
| วันที่ 10–21 | สิวขึ้นเป็นระลอก (BHA ชัดกว่า) | ปกติขึ้นจุดเดิมที่เคยอุดตัน เป็นหัวขาวหัวดำเม็ดเล็ก พีคแล้วลดในสัปดาห์ที่ 3 | หยุดขึ้นจุดใหม่ เป็นตุ่มลึกเจ็บ คันบวม หรือยังไต่ขึ้นหลังสัปดาห์ที่ 3 | เลิกมากที่สุดตรงนี้ — ทั้งที่ของกำลังทำงานพอดี |
| สัปดาห์ 4–6 | หน้านิ่ง ลอกน้อยลง ลูบแล้วเรียบขึ้น | ปกติเพิ่มเป็น 3 คืนต่อสัปดาห์ได้ | หยุดยังแสบทุกครั้งที่ทา — เกราะผิวยังไม่ฟื้น อย่าเพิ่ม | เบื่อเพราะสิวเก่ายังไม่หมด |
| สัปดาห์ 6–8 | หัวดำที่จมูกเล็กลง สิวอุดตันชุดใหม่น้อยลง | ปกติAHA — ผิวสว่างขึ้นชัดเมื่อเทียบรูปสัปดาห์แรก | — | — |
| สัปดาห์ 8–12 | รูขุมขนดูเล็กลง รอยดำจางลง | ปกติหาความถี่ที่ผิวอยู่ได้ยาว — ส่วนใหญ่ 3–4 คืนต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ทุกคืน | — | — |
ช่วงเวลาของ AHA / BHA จากที่ผมเห็นในลูกค้า ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากงานวิจัย — คนอายุ 40 ขึ้นไปช้ากว่านี้ราว 1–2 สัปดาห์ทุกช่วง คนที่ใช้เรตินอลอยู่แล้วลอกเร็วกว่าและควรสลับคืน ส่วนสัดส่วนคนที่เลิกตรงสัปดาห์ 2–3 ผมไม่มีตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ บอกได้แค่ว่าในลูกค้าที่ผมตามต่อได้ เกินครึ่ง
ถ้าผลัดผิวเกินไปแล้ว ทำยังไง
ก่อนอื่น เช็กว่าหน้าคุณผลัดเกินจาก AHA / BHA จริงไหม — 4 คำถามที่ผมถามลูกค้าทุกคนที่ส่งรูปมาตอนสัปดาห์ที่ 2
- จุดเดิม หรือจุดใหม่ — จุดเดิมที่เคยอุดตัน (จมูก คาง หน้าผาก) คือดัน · แก้มที่ไม่เคยเป็น หรือขอบกราม คือไม่ใช่
- เม็ดเล็ก หรือตุ่มลึก — หัวขาวหัวดำเม็ดเล็ก คือดัน · ตุ่มแดงลึก กดเจ็บ คือไม่ใช่
- พีคแล้วลด หรือยังไต่ — สัปดาห์ที่ 3 ต้องเริ่มลด · ยังเพิ่มทุกสัปดาห์ คือไม่ใช่
- คันบวมไหม — ดันไม่คัน ไม่บวม · ถ้ามี คือไม่ใช่
ตอบ “ไม่ใช่” ข้อเดียวก็พอ — หยุด AHA BHA และกรดทุกตัวคืนนี้ อาการที่ยืนยันว่าผลัดเกินคือ หน้ามันเงาแบบตึง ๆ เหมือนเคลือบขี้ผึ้ง · ทาน้ำเปล่าก็แสบ · มันและลอกพร้อมกัน นี่คือลำดับที่ผมบอกลูกค้าที่ยืนอยู่หน้ากระจกตอนเที่ยงคืน
คืนนี้ — ล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหรือคลีนเซอร์อ่อนที่สุดที่มี ห้ามสครับ ห้ามโทนเนอร์ (รวมโทนเนอร์ “5 กรด” ที่คิดว่าอ่อน) ทามอยส์เจอไรเซอร์ธรรมดาที่ไม่มีกรด ไม่มีน้ำหอม หนา ๆ แล้วนอน
วันที่ 1–3 — เหลือแค่ 3 อย่าง: คลีนเซอร์ · มอยส์เจอไรเซอร์ · กันแดด ห้ามใส่อย่างอื่น รวมถึงวิตามินซีและเรตินอล ไม่เช็ดหน้าด้วยสำลี อากาศเมืองไทยเหงื่อออกแล้วจะแสบ — ซับ อย่าถู
วันที่ 4–7 — แสบตอนทามอยส์เจอไรเซอร์จะหายก่อน แดงหายทีหลัง ยังไม่ต้องกลับไปใช้ AHA หรือ BHA รอให้ไม่มีอาการเลย 3 วันติดกัน คนส่วนใหญ่ถึงจุดนี้ราววันที่ 7–10
วันที่ 8–14 — กลับมาที่ 1 คืนต่อสัปดาห์ ตัวเดียว เลือกตัวที่ตรงปัญหาที่สุด — ถ้าก่อนหน้านี้ซ้อน AHA กับ BHA ในคืนเดียว นั่นคือสาเหตุตั้งแต่แรก ทามอยส์เจอไรเซอร์ก่อนแล้วค่อยทากรดทับ 4 สัปดาห์แรก แล้วไต่ตามตารางข้างบนใหม่ตั้งแต่ต้น
เมื่อไหร่ที่ไม่ใช่การปรับตัว และควรไปหาหมอ — บวม มีตุ่มน้ำ น้ำเหลืองซึม ผื่นลามไปที่ไม่ได้ทา หรือแสบแดงเกิน 5 วันทั้งที่หยุดทุกอย่างแล้ว และถ้าหลังทา BHA มีลมพิษขึ้นตามตัว ริมฝีปากบวม หรือหายใจไม่สะดวก — นั่นคือแพ้ซาลิไซเลต ไปห้องฉุกเฉิน ไม่ต้องรอดูอาการ
ทำไมหน้า 1 ของ Google ตอบไม่ตรงกัน
ผมเปิดอ่านทุกหน้าที่ติดอันดับคำว่า “BHA คือ” เมื่อ ก.ย. 2569 — ทั้ง 8 หน้าใช้โครงเดียวกัน 9 ท่อน จบที่รายการสินค้า และตรงที่ตอบเรื่อง AHA BHA ไม่เหมือนกัน คำตอบต่างกันตามของที่แต่ละเจ้าขาย
| ใครพูด | เขาขายอะไร | เขาบอกว่า | ความจริงคือ |
|---|---|---|---|
| บล็อกของร้านค้าปลีกเครือใหญ่ (ติดหน้าแรกทั้งสองคำค้น) | ทุกยี่ห้อบนชั้น รวมโทนเนอร์ “5 กรด” | ถาม “BHA ดันสิวกี่เดือน” เอง แล้วตอบ “1–2 เดือน เป็นเรื่องปกติ” | 1–2 เดือนคือเพดาน ไม่ใช่เวลาที่ต้องทน — และไม่มีบรรทัดไหนบอกวิธีแยกดันกับแพ้ ยิ่งคุณทนนาน ยิ่งซื้อขวดต่อไป |
| โรงงานรับผลิตสกินแคร์แห่งหนึ่ง | รับผลิตให้แบรนด์ — รวมสูตรที่ใส่ AHA BHA PHA ในขวดเดียว | AHA ไม่เกิน 10% BHA ไม่เกิน 3% ถ้าใช้ทั้งคู่ให้สลับวัน | 3% คือเพดานของล้างออก ของทาทิ้งไว้คือ 2% — และบอกให้สลับวัน ทั้งที่ขวดที่ตัวเองผลิตรวมทุกตัวไว้ในคืนเดียว |
| แบรนด์เวชสำอางแห่งหนึ่ง | ไลน์กรดความเข้มข้นต่ำของตัวเอง | ห้ามใช้คู่วิตามินซี ห้ามคู่เรตินอล | แยกเช้า/คืน หรือสลับคืนก็จบ — ยิ่งกฎเข้ม ของ “อ่อน ๆ” ของตัวเองยิ่งดูเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องกังวล |
| เว็บรวมบทความไลฟ์สไตล์ | พื้นที่โฆษณา — ทุกยี่ห้อคือลูกค้า | AHA กับ BHA อันไหนดีกว่า — แล้วแต่สภาพผิว | ไม่ได้แล้วแต่สภาพผิว แล้วแต่ปัญหา — ในรูขุมขนใช้ BHA บนผิวใช้ AHA |
ผมขายสกินแคร์อยู่ยี่ห้อหนึ่ง และในนั้นมีตัวที่ใส่กรดผลัดผิว จึงไม่ได้เป็นกลางไปทั้งหมด — แต่ผมบอกไว้แล้วในหัวข้อ “ใครไม่ต้องซื้อ” ว่าตรงไหนที่ของผมไม่ใช่คำตอบเรื่อง AHA / BHA ซึ่งไม่มีหน้าไหนใน 8 หน้านั้น (ที่ผมเปิดอ่านเมื่อ ก.ย. 2569) ทำ
อ่านฉลากยังไง — ได้กรดจริง หรือได้แค่ตัวอักษรบนกล่อง
หน้ากล่องเขียน “AHA BHA PHA” ตัวใหญ่ แต่ตัวที่บอกว่าคุณได้อะไรจริงคือรายการส่วนผสม (INCI) ตัวเล็กด้านหลัง ให้ดู 3 อย่าง
1. ชื่อที่ต้องเจอ — BHA ต้องเป็น Salicylic Acid ตรง ๆ Betaine Salicylate เป็นอนุพันธ์ที่อ่อนกว่า ราว 4% ≈ ซาลิไซลิก 2% ส่วน Willow Bark Extract (สารสกัดเปลือกวิลโลว์) ไม่ใช่ BHA มันมีซาลิซิน ไม่ใช่กรดซาลิไซลิก และไม่มีใครบอกได้ว่ามีเท่าไหร่ AHA ต้องเจอ Glycolic Acid Lactic Acid หรือ Mandelic Acid — “สารสกัดผลไม้” ไม่นับ PHA คือ Gluconolactone หรือ Lactobionic Acid
2. ตำแหน่งในรายการ และกฎ 1% — ตำแหน่งของชื่อ AHA หรือ BHA บอกปริมาณคร่าว ๆ เพราะ INCI เรียงจากมากไปน้อยเฉพาะตัวที่มี 1% ขึ้นไป ต่ำกว่านั้นเรียงยังไงก็ได้ ตัวช่วยคือสารกันเสีย Phenoxyethanol ที่แทบทุกขวดมี และกฎหมายให้ใส่ได้ไม่เกิน 1% — ดังนั้นทุกอย่างที่อยู่หลัง Phenoxyethanol มีน้อยกว่า 1%
ลองกับโทนเนอร์ “5 กรด” ที่ขายกันทั่วไป ส่วนใหญ่ที่ผมพลิกดู Gluconolactone อยู่ลำดับต้น ๆ ถัดจากน้ำ — นั่นคือกรดหลักของขวด ส่วน Salicylic Acid อยู่หลัง Phenoxyethanol — แปลว่ามีไม่ถึง 1% ไม่ถึงครึ่งของ 2% ที่ใช้กันจริง ขวดแบบนี้คือโทนเนอร์ PHA ที่ติดป้าย BHA ไม่ได้แย่สำหรับผิวแพ้ง่าย แต่ถ้าปัญหาคุณคือหัวดำที่จมูก มันทำไม่ได้ และคุณจะสรุปผิดว่า “BHA ไม่เวิร์กกับผม” พลิกขวดที่ใช้อยู่ดูตอนนี้ได้เลย
3. pH ที่ไม่มีใครพิมพ์ — AHA ทำงานได้ก็ต่อเมื่อ pH ต่ำพอ ที่ pH 3.5 กรดไกลโคลิกอยู่ในรูปที่ทำงานได้ราว 7 ใน 10 ส่วน ที่ pH 4.5 เหลือไม่ถึง 2 ใน 10 — ไกลโคลิก 10% ที่ pH 4.5 จึงเหลือกรดที่ทำงานจริงราว 1.8% ตัวเลขนี้ไม่มีบนกล่อง ถ้าอยากรู้ใช้แถบวัด pH จุ่มดู ผมทำกับทุกขวดที่ใช้เอง
คำถามที่พบบ่อย
BHA ควรใช้ตอนไหน
ทา BHA ตอนคืน หลังล้างหน้า ก่อนมอยส์เจอไรเซอร์ — ทาแล้วรอ 5–10 นาทีให้แห้งค่อยทาตัวถัดไป ใช้ตอนเช้าได้ถ้าจำเป็น แต่อากาศเมืองไทยเหงื่อออกแล้วจะแสบ และต้องทากันแดดทับ ผมให้ลูกค้าใช้เฉพาะคืนที่ไม่ได้ทาเรตินอล
เป็นสิวใช้ BHA ได้ไหม
ถ้าเป็นสิวอุดตัน หัวขาว หัวดำ เม็ดเล็กใต้ผิว — ได้ และตรงที่สุด ถ้าเป็นสิวอักเสบ ตุ่มแดงเจ็บ มีหนอง — BHA ช่วยแค่ขอบ ๆ ตัวหลักคือยาจากหมอ และอย่าทาบนสิวที่แตกหรือมีแผลเปิด จะแสบและทิ้งรอยดำ
BHA ดันสิวกี่เดือน
สิวดันจาก BHA ไม่ใช่หน่วยเดือน — ราว 1 รอบผลัดเซลล์ คือเริ่มโผล่วันที่ 10–21 พีคสัปดาห์ที่ 3 หมดชุดสัปดาห์ 4–6 (อายุ 40 ขึ้นไป 6–8) ขึ้นจุดเดิม เม็ดเล็ก ไม่คัน คือดัน — ขึ้นจุดใหม่ ตุ่มลึก คันบวม หรือเลยสัปดาห์ 3 ยังไต่ คือไม่ใช่ ให้หยุด
AHA BHA ช่วยอะไร เหมาะกับผิวแบบไหน
BHA ช่วยคนที่ปัญหาอยู่ในรูขุมขน — หัวดำที่จมูก สิวอุดตันที่คางและหน้าผาก รูขุมขนกว้าง สิวหลัง AHA ช่วยปัญหาบนผิว — หมอง หยาบ รอยดำจากสิว ริ้วรอยตื้น ทั้งคู่ไม่เกี่ยวกับว่าผิวมันหรือแห้ง คนผิวมันที่หมองและหยาบใช้ AHA คนผิวแห้งที่มีหัวขาวรอบคางก็ใช้ BHA แค่ทา 2 คืนต่อสัปดาห์และเพิ่มมอยส์เจอไรเซอร์
AHA กับ BHA ต่างกันยังไง อันไหนดีกว่า
AHA ละลายในน้ำ ทำงานที่ผิวชั้นบน BHA ละลายในน้ำมัน ลงไปในรูขุมขน — คนละงาน ไม่มีตัวไหนดีกว่า ปัญหาในรูขุมขน BHA ชนะ ปัญหาบนผิว (หมอง หยาบ รอยดำ ริ้วรอยตื้น) AHA ชนะ ถ้ามีทั้งสองอย่าง เลือกอันที่กวนใจกว่าก่อน ใช้ตัวเดียว 4 สัปดาห์ แล้วค่อยคิดถึงตัวที่สอง
AHA ใช้คู่กับ BHA ได้ไหม
ได้ แต่คนละคืน และหลังจากผิวอยู่กับตัวแรกได้ครบ 4 สัปดาห์ ตารางที่ผมให้ลูกค้าคือ จันทร์ BHA · อังคาร พัก · พุธ AHA · พฤหัส พัก · ศุกร์ BHA · เสาร์ พัก · อาทิตย์ AHA — ซ้อนคืนเดียวกันผลไม่เพิ่ม ส่วนลูกค้าที่มาหาผมด้วยหน้าแสบแดง เกินครึ่งซ้อนสองตัวในคืนเดียว
AHA BHA ควรใช้ทุกวันไหม
ไม่ — เริ่ม AHA หรือ BHA ที่ 2 คืนต่อสัปดาห์ เพิ่มเป็น 3 ที่สัปดาห์ 4–6 และคนส่วนใหญ่จบที่ 3–4 คืนต่อสัปดาห์ ไม่ใช่ทุกคืน คนที่ทาทุกคืนได้โดยไม่แสบมีอยู่ แต่จากที่ผมเห็น น้อยกว่า 1 ใน 5 และมักเป็นผิวมันมากในวัย 20 กว่า ส่วน PHA ทุกวันได้ตั้งแต่แรก
AHA BHA PHA ไม่ควรใช้กับอะไร
สิ่งที่ไม่ควรใช้ในคืนเดียวกับ AHA BHA PHA — เรตินอล (สลับคืน) · เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (คนละวัน) · กรดอีกขวด รวมโทนเนอร์ “5 กรด” · สครับหรือแปรงล้างหน้า ส่วนวิตามินซีใช้ได้ถ้าซีตอนเช้า กรดตอนคืน และงดกรด 5–7 วัน ก่อนแว็กซ์หรือเลเซอร์ (ระยะที่ผมให้ลูกค้าใช้เอง ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่มีงานวิจัยรองรับ) ก่อนซ้อนตัวที่สอง ลองถามตัวเองก่อน — ตัวแรกที่ทาอยู่ ผิวคุณอยู่กับมันได้ครบ 4 สัปดาห์แล้วหรือยัง?
ไม่แน่ใจว่าตัวเองต้องใช้ไหม ทักไลน์มาถามได้ครับ
พิมพ์คำว่า บีเอชเอ มา เดี๋ยวผมตอบให้
เปิด LINE แล้วพิมพ์ 「บีเอชเอ」ผมไม่ขายในแชท ถ้าคำตอบคือไม่ต้องซื้ออะไร ผมจะบอกตรง ๆ เหมือนที่เขียนในหน้านี้
อ้างอิง
- ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้ (AHA) — ความเข้มข้นไม่เกิน 10% และ pH ไม่ต่ำกว่า 3.5
- ASEAN Cosmetic Directive, Annex III และ Annex VI — ข้อจำกัดของ Salicylic Acid และ Phenoxyethanol
- American Academy of Dermatology — How to safely exfoliate at home
- เอกสารกำกับผลิตภัณฑ์ (INCI) ของโทนเนอร์และเซรั่มกรดผลัดผิวที่ผมพลิกดูประกอบการเขียนหน้านี้
- ประสบการณ์ตรงจากลูกค้าที่เริ่มใช้กรดผลัดผิวตั้งแต่ปี 2543 — ระบุไว้ทุกจุดที่เป็นข้อสังเกตของผมเอง